ธุรกิจ

จิ๊กซอว์ชิ้นสุดท้ายของหุ้น MALEE

MALEE

หุ้น MALEE หรือบริษัท มาลีกรุ๊ป จำกัด (มหาชน) ถือเป็นอีกบริษัทหนึ่งที่มีประวัติกับตลาดหุ้นในมายาวนาน และถือเป็นบริษัทที่เป็นผู้นำในตลาดน้ำผลไม้ โดยมีส่วนแบ่งการตลาดในลำดับ top 3 มาอย่างต่อเนื่อง

 

อย่างที่ทราบกันดีว่าตลาดเครื่องดื่มของประเทศไทยเติบโตกันไม่มากเหมือนแต่ก่อนแล้ว ผู้เล่นต่างๆ ในตลาดต่างมีความสามารถในการแข่งขันที่สูงทั้งสิ้น พฤติกรรมผู้บริโภคก็เปลี่ยนแปลงเร็วและมีความจงรักภักดีกับแบรนด์ไม่มากมายนัก กลยุทธ์การเติบโตที่ดีที่สุดคงจะไปอยู่ที่ต่างประเทศ บริษัทเครื่องดื่มไทยจำนวนมากจึงหนีไปเล่นตลาดต่างประเทศกันเยอะอย่างเช่น ICHITACC, OISHI, CBG และไม่เว้นแม้กระทั่งหุ้นมาลีเอง

 

เป้าหมายของหุ้น MALEE คือการกระจายสินค้าไปได้ครอบคลุมส่วนเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

 

จิ๊กซอว์ชิ้นแรกของบริษัทคือประเทศฟิลิปปินส์

 

บริษัทได้ทำการตั้งบริษัทร่วมค้าชื่อ MMBC ขึ้นที่ประเทศฟิลิปปินส์เป็นที่แรก เพื่อทำธุรกิจขายสินค้าเครื่องดื่มต่างๆ อย่างที่บริษัทถนัด แต่สินค้าเรือธงของบริษัทไม่ใช่น้ำผลไม้เหมือนที่ประเทศไทย แต่เป็นกาแฟสำเร็จรูปพร้อมดื่มยี่ห้อ Kratos ซึ่งตลาดกาแฟพร้อมดื่มในประเทศฟิลิปปินส์ถือว่ายังมีขนาดไม่ใหญ่และยังมีศักยภาพการเติบโตของตลาดได้อีกมาก

 

จิ๊กซอว์ชิ้นต่อมาของบริษัทคือประเทศอินโดนีเซีย

 

บริษัทได้ทำการตั้งบริษัทร่วมค้าไปกลับกับบริษัท Kino ที่ประเทศอินโดนีเซีย โดยบริษัทได้ก่อตั้งบริษัท MKT ขึ้นที่ประเทศไทยเพื่อใช้ในการกระจายสินค้าของ Kino เข้ามายังตลาดไทย โดยสินค้าหลักของ Kino ที่จะเข้ามาทำตลาดเป็นสินค้าในกลุ่มเครื่องสำอาง เช่น เซรั่มใส่ผม โดยมาลีเองก็จะใช้ความสามารถในการเข้าถึงจุดจัดจำหน่ายในการสร้างยอดขายให้กับ Kino

 

ในขณะที่ฝั่งอินโดนีเซีย บริษัทได้ก่อตั้งบริษัทร่วมค้าชื่อว่า KMI ขึ้นเพื่อให้ Kino นำสินค้าในกลุ่มน้ำผลไม้ของมาลีเข้าไปจัดจำหน่ายในประเทศอินโดนีเซีย ซึ่ง Kino เองถือว่ามีจุดแข็งในการกระจายสินค้า และมีการเข้าถึงช่องทางการจัดจำหน่ายสินค้ามากกว่า 1 ล้านจุดในประเทศอินโดนีเซีย ซึ่งการสลับกันกระจายสินค้าและทำการตลาดนี้เองจะทำให้ทั้งสองบริษัทได้รับประโยชน์แลกเปลี่ยนกันในแง่ของการเพิ่มยอดขายจากประเทศที่ตนไม่คุ้นเคย

 

จิ๊กซอว์ชิ้นสุดท้ายของบริษัทคือประเทศเวียดนาม

 

ถ้าพูดถึงการเติบโตของภูมิภาคนี้ เราคงจะขาดประเทศเวียดนามไปไม่ได้ และแน่นอนว่ามาลีเองก็คิดเช่นกัน ประเทศเวียดนามจึงเป็นจิ๊กซอว์ชิ้นสุดท้ายของมาลี โดยบริษัทได้เข้าซื้อกิจการ Long Quan Safe Food JSC (LQSF) ในอัตราส่วน 65% จากผู้ถือหุ้นเดิม โดยผู้บริหารเก่าจะอยู่ช่วยบริหารงานไปอีกอย่างน้อย 3 ปีอีกด้วย

 

การซื้อลองควนเซฟของมาลีถือเป็นกลยุทธ์ที่สำคัญมาก เพราะลองควนเซฟมีกำลังการผลิตสูงไม่แพ้บริษัทแม่อย่างมาลีเองเลย โดยลองควรเซฟมีกำลังการผลิตประมาณ 300 ล้านลิตรต่อปี แต่จุดเด่นของลองควนเซฟคือเป็นโรงงานการผลิตที่ต้นทุนต่ำและมาตรฐานไม่สูงมากอย่างมาลี ทำให้ผลิตภัณฑ์ที่ผลิตออกมาจะแข่งขันได้ในตลาดฝั่งเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ โดยหลังจากการปรับปรุงสายการผลิตจะพร้อมแล้ว ลองควนเซฟจะกลายเป็นฮับการผลิตสินค้าอีกแห่งหนึ่งเพื่อขายในเวียดนาม และส่งออกไปยังฟิลิปปินส์อินโดนีเซียได้อีกด้วย ในขณะที่บริษัทแม่อย่างมาลีก็จะใช้โรงงานคุณภาพสูงที่ตนมีเจาะตลาดลูกค้าที่เน้นมาตรฐานการผลิตสูง ทั้งในไทยเอง ฝั่งยุโรป รวมไปถึงอเมริกา

 

ผู้บริหารได้ออกมาเอ่ยอย่างภาคภูมิใจว่าการต่อจิ๊กซอว์ในระยะต้นของมาลีตอนนี้สมบูรณ์แล้ว เราในฐานะนักลงทุนคงต้องมาจัดตาดูกันต่อว่าภาพที่ได้ออกมาจากการรวมจิ๊กซอว์ของหุ้นมาลีในครั้งนี้จะเป็นรูปอะไร

 

ลงทุนศาสตร์ – Investerest

ติดตามบทความดีดีกดที่นี่เลย FACEBOOK , OFFICIAL LINE และ WEBSITE

 

พิเศษ! เข้ากลุ่มเรียนหุ้นออนไลน์ฟรีกับลงทุนศาสตร์แบบไม่มีเงื่อนไขได้ที่ : เรียนหุ้นฟรีกับลงทุนศาสตร์

อัพเดทล่าสุดเมื่อ :

เกี่ยวกับผู้เขียน

ลงทุนศาสตร์

ผมเขียนบทความเกี่ยวกับการลงทุนตั้งแต่เบื้องต้น เหมาะสำหรับผู้ลงทุนหรือผู้ที่มีความสนใจที่จะลงทุนที่รักหรือมีทีท่าว่าจะรักในศาสตร์ของการลงทุนเหมือนกัน