การลงทุน

หุ้น BA และสิ่งที่ซ่อนไว้ใน Bangkok Airways

หุ้น BA

หุ้น BA หรือบริษัท การบินกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) ประกอบธุรกิจสายการบิน ธุรกิจสนามบิน และธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจสนามบิน ได้แก่ การให้บริการกิจการภาคพื้นดิน การให้บริการอาหารบนเที่ยวบิน และการให้บริการคลังสินค้าระหว่างประเทศ ให้กับสายการบินของบริษัทและสายการบินอื่นๆ

 

ก่อนอื่นต้องออกตัวก่อนว่าที่หยิบหุ้นตัวนี้มาเขียนไม่ได้มีเจตนาจะชี้นำการลงทุนแต่อย่างใด เพียงแต่รู้สึกว่าเรื่องราวของบริษัทนี้มีความน่าสนใจ และน่าจะใช้เป็นกรณีศึกษาได้

 

หากไม่ได้ศึกษาโดยละเอียด เราจะเห็นหุ้น BA เป็นหุ้นสายการบินธรรมดาสายการบินหนึ่ง ซึ่งแน่นอนว่าอาจจะมีความน่าสนใจไม่มาก โดยเฉพาะอย่างยิ่งนักลงทุนแนว VI ที่อาจจะไม่ได้ชอบการลงทุนในหุ้นสายการบินเท่าไหร่นัก (แต่หลังๆ ตำราก็เริ่มเปลี่ยน เพราะปรมาจารย์ VI อย่างปู่ Warren Buffett ก็หันมาลงทุนหุ้นสายการบินบ้างแล้ว)

 

สิ่งที่ซ่อนอยู่ของ Bangkok Airways คือสินทรัพย์ที่บริษัทถืออยู่

 

สินทรัพย์ที่เป็นสินทรัพย์ก้อนใหญ่ที่ BA ถืออยู่ คือ หุ้น BDMS หรือหุ้นของบริษัท กรุงเทพดุสิตเวชการ จำกัด (มหาชน) ที่ประกอบธุรกิจโรงพยาบาล จำนวน 918,418,690 หุ้น คิดเป็นสัดส่วน 5.86 % ของกิจการ และ BA ยังถือหน่วยลงทุน SPF หรือ กองทุนรวมสิทธิการเช่าอสังหาริมทรัพย์สนามบินสมุย อยู่อีกเป็นจำนวน 313,789,700 หน่วย หรือเทียบเท่า 33.03 % ของกองทุนรวม

 

ในเชิงการประเมินมูลค่า เราควรจะแยกการประเมินสินทรัพย์ตรงนี้ออกจากการประเมินมูลค่าของหุ้น BA ในส่วนกิจการของสายการบิน

 

ข้อมูล ณ วันที่ 19 พฤศจิกายน 2561

 

BDMS ราคาหุ้นละ 25.00 บาท
BA ถือ BDMS 918,418,690 หุ้น
มูลค่าตามราคาตลาด เท่ากับ 22,960,467,250 บาท

 

SPF ราคาหน่วยลงทุนละ 23.60 บาท
BA ถือ SPF 313,789,700 หน่วย
มูลค่าตามราคาตลาด เท่ากับ 7,405,436,920 บาท

 

มูลค่าตลาดของหุ้น BA ปัจจุบันอยู่ที่ 25,030,700,400 บาท (หักหุ้นซื้อคืนแล้ว)
มูลค่าของ BDMS และ SPF ที่ BA ถืออยู่มีมูลค่ารวมอยู่ที่ 30,365,904,170 บาท

 

ขีดเส้นใต้ว่านี่ไม่ใช่การแนะนำว่าหุ้นนี้ถูกมาก ควรซื้อ แต่ยกหุ้น BA มาเป็นกรณีศึกษา เพราะเราจะได้เห็นตัวอย่างมุมมองของนายตลาดจากกรณีนี้

 

1 ราคาตลาดไม่ใช่มูลค่าพื้นฐาน

 

สมมติฐานแรกที่เราควรจะคิดคือ ราคาหุ้นและราคากองทุนรวมที่ซื้อขายกันอยู่ของ BDMS และ SPF อาจจะถูกหรือแพงเกินความเป็นจริงก็ได้ ดังนั้น อย่างแรกที่เราควรทำคือ เราไม่ควรใช้ตลาดในการมาประเมินมูลค่าสินทรัพย์ที่บริษัทแม่ถืออยู่ เพราะนั่นคือการยอมรับว่าราคาหุ้นเท่ากับมูลค่าหุ้น ซึ่งค่อนข้างจะผิดหลักการของ VI อย่างตรงไปตรงมา อย่างกรณีนี้เราอาจมีการประเมินมูลค่า BDMS ใหม่ด้วยวิธี PE และประเมินมูลค่า SPF ใหม่ ด้วยวิธี NAV เป็นต้น

 

2 ตลาดอาจไม่สนใจสินทรัพย์ที่มีอยู่ หากมันไม่ได้ปลดปล่อยมูลค่า

 

กรณีศึกษาแบบ BA ถือ BDMS และ QH ถือ HMPRO เราจะค่อนข้างเห็นความผิดเพี้ยนของมูลค่ากิจการของบริษัทแม่และบริษัทลูกอยู่มาก เหตุผลสำคัญหนึ่งคือส่วนใหญ่บริษัทแม่เหล่านี้ไม่มีแนวโน้มที่จะขายหุ้นออกมาเท่าไหร่นัก นั่นหมายถึงบริษัทแม่อาจจะไม่รับรู้กำไรจากราคาตลาดเลย นายตลาดจึงมักมองข้าม และไปสนใจบริษัทลูกโดยตรงมากกว่าแทน

 

3 ถึงแม้ตลาดไม่สนใจ แต่นักลงทุนต้องสนใจ

 

เมื่อหลายคนมองว่าตลาดไม่สนใจสินทรัพย์ที่บริษัทถืออยู่ จึงเลือกที่จะจับกำไรคูณ PE เลยตรงๆ แบบนั้นก็ถือว่าเป็นความคิดที่ไม่ถูกต้องนัก เพราะกำไรแต่ละก้อนที่ผสมอยู่ในบริษัทมีคุณภาพไม่เท่ากัน อย่างน้อยตอนประเมินมูลค่า เราก็ควรจะคำนวณมูลค่าของสินทรัพย์ที่บริษัทถืออยู่อย่างตรงไปตรงมาด้วย หากไม่ชอบอุตสาหกรรมที่หุ้นแม่อยู่เลย การลงทุนในหุ้นแม่อาจจะไม่น่าสนใจ แต่หากสนใจอุตสาหกรรมที่หุ้นแม่อยู่ การเลือกลงทุนในหุ้นที่มีสินทรัพย์แฝงอยู่และราคาถูก ย่อมน่าสนใจกว่าการลงทุนในหุ้นที่ไม่มีสินทรัพย์แฝงและราคาแพงกว่า

 

กรณีศึกษาหุ้นสินทรัพย์แฝงยังมีอีกมากในตลาดหุ้น ลองค้นหาแล้วฝึกมือประเมินมูลค่ากัน ยิ่งทำหลายตัว เราจะยิ่งเห็นความแตกต่างระหว่างความจริงกับสิ่งที่นายตลาดคาดหวังจากหุ้นในแต่ละอุตสาหกรรม

 

ลงทุนศาสตร์ – Investerest

ติดตามบทความดีดีกดที่นี่เลย FACEBOOK , OFFICIAL LINE และ WEBSITE

 

พิเศษ! เข้ากลุ่มเรียนหุ้นออนไลน์ฟรีกับลงทุนศาสตร์แบบไม่มีเงื่อนไขได้ที่ : เรียนหุ้นฟรีกับลงทุนศาสตร์

อัพเดทล่าสุดเมื่อ :

เกี่ยวกับผู้เขียน

ลงทุนศาสตร์

ผมเขียนบทความเกี่ยวกับการลงทุนตั้งแต่เบื้องต้น เหมาะสำหรับผู้ลงทุนหรือผู้ที่มีความสนใจที่จะลงทุนที่รักหรือมีทีท่าว่าจะรักในศาสตร์ของการลงทุนเหมือนกัน