การลงทุน

CSA หุ้นค้าปลีกที่ SCC ซื้อ

SCC

SCC หรือบริษัท ปูนซิเมนต์ไทย จำกัด(มหาชน) ประกอบ 3 ธุรกิจหลัก ได้แก่ ธุรกิจซิเมนต์และผลิตภัณฑ์ก่อสร้าง ธุรกิจเคมีภัณฑ์ และธุรกิจแพคเกจจิ้ง หรือที่เรารู้จักกันในชื่อบริษัท SCG หรือปูนตราช้างนั่นเอง

 

SCC ถือเป็นหุ้นยอดนิยมอีกตัวหนึ่งของตลาดหุ้นไทย

 

ด้วยความที่ผ่านร้อนผ่านหนาวมามาก อยู่ในตลาดมาเกือบ 50 ปี จนบริษัทเติบโตจากวันแรกมาหลายร้อยเท่า ปูนใหญ่กลายเป็นหุ้นวัสดุก่อสร้างอันดับหนึ่งของประเทศไทยที่ครองใจนักลงทุนหลายคน

 

แต่อย่างที่ทราบกันดีว่าธุรกิจในเครือ SCC มีความผันผวนในตัวเอง

 

ทั้งธุรกิจปูนซีเมนต์ เคมีภัณฑ์ และแพคเกจจิ้งต่างก็มีรายได้หรือค่าใช้จ่ายบางส่วนที่เป็นโภคภัณฑ์ หรือราคาสินค้าและวัตถุดิบที่ผันผวนไปตามอุปสงค์และอุปทานโลก หุ้น SCC จึงเป็นหุ้นที่เทรดอยู่แถว PE สิบปลายๆ ไม่สูงเหมือน CPALL ที่ทำธุรกิจค้าปลีก หรือ AOT ที่ทำธุรกิจสนามบิน แต่ก็มากกว่า PTT หรือ KBANK ที่เป็นธุรกิจโภคภัณฑ์หรือธนาคารเต็มตัวที่ตลาดมักจะไม่ค่อยให้ PE ที่สูงมากนัก

 

scc

ผลิตภัณฑ์ปูนตรา SCG ที่คนไทยคุ้นเคย

 

ล่าสุดบริษัทรุกเข้าตลาดค้าปลีกด้วยการซื้อหุ้น CSA

 

ปูนใหญ่ให้ข้อมูลกับตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยว่าได้บรรลุข้อตกลงแบบมีเงื่อนไขเพื่อเข้าซื้อหุ้นร้อยละ 29 ใน PT Catur Sentosa Adiprana Tbk หรือ CSA คิดเป็นมูลค่า 1,035 พันล้านรูเปียหรือประมาณ 2,400 ล้านบาท

 

CSA จดทะเบียนในชื่อหุ้น CSAP.JK อยู่ที่ตลากหลักทรัพย์อินโดนีเซีย

 

scc

เครือธุรกิจของ CSA

 

CSA แบ่งธุรกิจออกเป็น 2 ส่วนได้แก่ ธุรกิจค้าปลีกและธุรกิจกระจายสินค้า

 

ธุรกิจค้าปลีกของ CSA แบ่งออกเป็น 2 แบรนด์หลัก ได้แก่ MITRA10 มีจำนวน 26 สาขา โดยเป็นร้านค้าปลีกอุปกรณ์ซ่อมแซมบ้านและวัสดุก่อสร้าง ลักษณะคล้าย Global House ของเมืองไทย และร้าน ATRIA เป็นร้านขายอุปกรณ์ตกแต่งบ้านพวกเฟอร์นิเจอร์ต่างๆ ลักษณะคล้าย HomePro ของเมืองไทย

 

ธุรกิจกระจายสินค้าของ CSA มีหลากหลายกลุ่มผลิตภัณฑ์ โดยแบ่งเป็น 3 กลุ่มหลัก ได้แก่ สินค้าวัสดุก่อสร้าง สินค้าเคมีภัณฑ์ และสินค้าอุปโภคบริโภค FMCG

 

scc

Mitra10

 

SCC

Mitra10

 

SCC

Atria

 

scc

Atria

 

งบการเงินของ CSA ถือว่าน่าสนใจใช้ได้ทีเดียว

 

ปี 2015
รายได้ 7,284,518 ล้านรูเปี๊ยะ
กำไรสุทธิ 43,022 ล้านรูปเปี๊ยะ

 

ปี 2016
รายได้ 7,967,920 ล้านรูเปี๊ยะ
กำไรสุทธิ 74,637 ล้านรูเปี๊ยะ เติบโต 73.48%

 

ปี 2017
รายได้ 9,639,479 ล้านรูเปี๊ยะ
กำไรสุทธิ 89,022 ล้านรูเปี๊ยะ เติบโต 19.27%

 

ปัจจุบันหุ้น CSAP ถูกซื้อขายกันอยู่ที่ประมาณหุ้นละ 665 รูเปี๊ยะ หรือคิดเป็นมูลค่ากิจการตามราคาตลาดท่ 2.695 ล้านล้านรูเปี๊ยะ เมื่อเทียบกับกำไรปี 2017 แล้วก็ตกอยู่ที่ประมาณ PE 30.27 เท่า โดยหุ้นที่ปูนใหญ่จะเข้าซื้อจะเป็นหุ้นเพิ่มทุนออกใหม่และหุ้นเดิมของผู้ถือหุ้นรายใหญ่ ซึ่งคงต้องติดตามกันต่อไปว่าสัดส่วนหุ้นที่เพิ่มขึ้นจะปรับมูลค่ากิจการปัจจุบันให้อยู่ที่พีอีประมาณกี่เท่า (แต่ตีกลมๆ ได้ว่า SCC ซื้อแถวพีอีประมาณ 40 เท่า)

 

กำไรปี 2017 ของ CSA ถ้าคิดเป็นเงินไทยก็ตกประมาณ 205 ล้านบาท

 

ปูนใหญ่ซื้อหุ้น 29% หากยังไม่คิดเรื่อง dilution effect ปูนใหญ่ก็จะได้กำไรเข้ามาประมาณปีละ 59.45 ล้านบาท ซึ่งถ้าเทียบกับกำไรของปูนใหญ่ในปี 2017 ที่ประมาณ 55,000 ล้านบาทแล้วถือว่าไม่มากเลย

 

ประโยชน์ที่ปูนใหญ่จะได้รับน่าจะเป็นเรื่องช่องทางการขยายกิจการในอินโดนีเซียมากกว่า

 

CSA เป็นทั้งร้านค้าปลีกและผู้จัดจำหน่ายสินค้า หากปูนใหญ่จะขยายธุรกิจรุกหนักไปในอินโดนีเซียมากขึ้นก็คงมีช่องทางที่สะดวกกว่าเดิม เพราะจะมีบริษัทร่วมที่เป็นทั้งผู้กระจายสินค้าและหน้าร้านในการขายสินค้าให้

 

น่าสนใจ

 

คงต้องติดตามกันต่อไปว่าปูนใหญ่จะเข้าไปในอินโดนีเซียได้ประสบความสำเร็จมากแค่ไหน

 

เทริมากาสิ!

 

ลงทุนศาสตร์ – Investerest

ติดตามบทความดีดีกดที่นี่เลย FACEBOOK , OFFICIAL LINE และ WEBSITE

 

พิเศษ! เข้ากลุ่มเรียนหุ้นออนไลน์ฟรีกับลงทุนศาสตร์แบบไม่มีเงื่อนไขได้ที่ : เรียนหุ้นฟรีกับลงทุนศาสตร์

อัพเดทล่าสุดเมื่อ :

เกี่ยวกับผู้เขียน

ลงทุนศาสตร์

ผมเขียนบทความเกี่ยวกับการลงทุนตั้งแต่เบื้องต้น เหมาะสำหรับผู้ลงทุนหรือผู้ที่มีความสนใจที่จะลงทุนที่รักหรือมีทีท่าว่าจะรักในศาสตร์ของการลงทุนเหมือนกัน