วิทยาศาสตร์

หุ่นยนต์อ่านหนังสือชนะคนแล้ว

.

กระแส AI หรือปัญญาประดิษฐ์ถือเป็นเรื่องสำคัญและมาแรงมากในยุคนี้

 

ตลอดเวลา มนุษย์มักให้ความสำคัญกับหุ่นยนต์หรือเครื่องจักรในแง่ของงานที่ไม่จำเป็นต้องคิดและปล่อยหน้าที่คิดให้เป็นของมนุษย์ เช่น เครื่องยนต์มีหน้าที่หมุนล้อรถ แต่มนุษย์มีหน้าที่ขับบังคับ แต่การเกิดขึ้นของปัญญาประดิษฐ์ หรือ Artificial Intelligent (AI) ก็กลายเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญของมวลมนุษยชาติ เพราะเมื่อหุ่นยนต์สามารถ “คิด” ได้ และเหตุผลไหนที่มนุษย์จะไม่ถูกแทนที่ด้วยหุ่นยนต์

 

มนุษย์มีความเชื่อมั่นมาโดยตลอดว่าหุ่นยนต์ไม่สามารถมาทดแทนมนุษย์ในแง่ของระบบความคิดอันซับซ้อนได้ แต่ความเชื่อนี้ก็ถูกทำลายลงอย่างช้าๆ

 

ปี 1996 ปัญญาประดิษฐ์ของ IBM สามารถเล่นหมากรุกชนะ Gary Kasparov แชมป์โลกหมากรุกชาวรัสเซียได้

 

ปี 2016 ปัญญาประดิษฐ์ของ Alphabet สามารถเล่นโกะชนะ Lee Sedol แชมป์โลกโกะชาวเกาหลีได้

 

และล่าสุด ปี 2018 ปัญญาประดิษฐ์ของ Alibaba และ Microsoft สามารถอ่านประมวลผลชนะมนุษย์แล้ว โดย AI ได้ทำแบบทดสอบจากผู้เชี่ยวชาญด้านปัญญาประดิษฐ์จากสแตนฟอร์ดเพื่อวัดผลความสามารถในการอ่านวิเคราะห์ ผลปรากฎว่า AI จาก BABA ได้คะแนนเฉลี่ย 82.44 ชนะค่าเฉลี่ยของมนุษย์ที่ 82.304 ก่อนที่ AI ของ MSFT จะทำคะแนนได้ที่ 82.65

 

ผลลัพธ์ดังกล่าวแสดงถึงความสำเร็จอีกก้าวหนึ่งของ NLP หรือการประมวลภาษาธรรมชาติ (Natural Language Processing) ที่ปัญญาประดิษฐ์จะสามารถเข้าใจภาษามนุษย์ได้ในเชิงการใช้ภาษาจริง คือสามารถเข้าใจถึงแม้ว่าจะมีการเรียงคำสลับตำแหน่งและรูปแบบประโยคได้ ไม่ใช่แค่การบันทึกข้อมูลจดจำแบบคัดลอกสำเนาเฉยๆ

 

การพยายามทำให้หุ่นยนต์เข้าใจภาษามนุษย์จึงประกอบไปด้วยการแก้ปัญหา 2 ระบบคือ การแก้ปัญหาด้วยทฤษฎีและการแก้ปัญหาด้วยข้อมูล

 

การแก้ปัญหาด้วยทฤษฎีคือการใส่ข้อมูลเชิงภาษาศาสตร์เข้าไปให้หุ่นยนต์ เช่น การเรียนรู้ความหมาย การเรียนรู้รูปแบบคำศัพท์ การเรียนรู้การจัดเรียงประโยค แน่นอนว่าการใส่ข้อมูลเชิงทฤษฎีนั้นจะไม่สามารถแปลความหมายได้อย่างสมบูรณ์ เพราะการแปลจะได้ออกมาเหมือน google translate ที่จับเอาคำมาชนกัน ดูเหมือนไม่ค่อยมีความหมายและใช้ไม่ค่อยได้เท่าไหร่เมื่อนำมาเรียงเป็นประโยค

 

การแก้ปัญหาด้วยข้อมูลจะมาช่วยลดจุดบอดตรงนี้ โดยทำด้วยการใส่ข้อมูลจำนวนด้านตัวอย่างประโยคไปให้หุ่นยนต์จำนวนมาก เพื่อให้หุ่นยนต์สามารถใช้หลักความน่าจะเป็นมาประกอบกับข้อมูลเชิงทฤษฎีเพื่อให้แปลความหมายได้ใกล้เคียงจริงมากที่สุด โดยอาศัยข้อมูลจากคลังข้อมูลจำนวนมากซึ่งจะมีการปรับเพิ่มตลอดตามลักษณะการใช้งานภาษาของมนุษย์ที่ปรับเปลี่ยนไปทุกวัน

 

เช่น “ไปเดินเล่นตากลมกันไหม”

 

ถ้ามีแต่ทฤษฎี หุ่นยนต์จะตัดคำว่าตากลมได้ 2 แบบ คือ “ตา – กลม” และ “ตาก – ลม” ซึ่งจะทำให้หุ่นยนต์แปลความหมายผิดได้ แต่เมื่อมีการแก้ปัญหาเชิงข้อมูลเข้ามาช่วย หุ่นยนต์จะค้นหาข้อมูลในระบบว่า “ตากลม” ที่นิยมใช้กับคำว่า “ไป” “เดิน” “เล่น” “กัน” “ไหม” นั้นเป็นตากลมที่เป็น “ตา – กลม” หรือ “ตาก – ลม” กันแน่ ระบบจะคำนวณความน่าจะเป็นที่เป็นไปได้มากกว่า และเลือกแปลความหมายตามความน่าจะเป็นนั้น

 

แน่นอนว่ายิ่งมีข้อมูลมากขึ้นเท่าไหร่ โอกาสในการแปลถูกต้องก็ย่อมสูงขึ้นเท่านั้น แน่นอนว่าในปัจจุบัน การแก้ปัญหาด้วยชุดข้อมูลดังกล่าวมีประสิทธิภาพเพียงพอจะอ่านข้อมูลจำนวนมากเข้าใจและตอบคำถามชนะมนุษย์ไปแล้ว

 

อย่าตั้งคำถามเลยว่าอาชีพไหนจะไม่ถูกแทนที่โดยหุ่นยนต์บ้าง แต่น่าจะตั้งคำถามว่าอาชีพไหนจะไม่ถูกแทนที่โดยหุ่นยนต์อาจจะดีมากกว่า

 

ลงทุนศาสตร์ – Investerest

เกี่ยวกับผู้เขียน

ลงทุนศาสตร์

ผมเขียนบทความเกี่ยวกับการลงทุนตั้งแต่เบื้องต้น เหมาะสำหรับผู้ลงทุนหรือผู้ที่มีความสนใจที่จะลงทุนที่รักหรือมีทีท่าว่าจะรักในศาสตร์ของการลงทุนเหมือนกัน

error: เว็บไซต์ป้องกันการ copy