ทัศนคติ

ภาวะหมดไฟหรือใจหมดรัก ? 4 คำถามสำหรับทบทวนตนเองเมื่อเกิดภาวะ Burnout

ภาวะหมดไฟหรือใจหมดรัก ? 4 คำถามสำหรับทบทวนตนเองเมื่อเกิดภาวะ Burnout

ภาวะหมดไฟหรือใจหมดรัก ? 4 คำถามสำหรับทบทวนตนเองเมื่อเกิดภาวะ Burnout

 

Burnout ไม่ใช่แค่อาการขี้เกียจ แต่เป็นภาวะความเครียดและความเหนื่อยล้าสะสมจากการทำงานที่ไม่ว่าใครก็มีสิทธิ์เป็นด้วยกันได้ทั้งนั้น จากผลสำรวจของไมโครซอฟต์ในปี ค.ศ. 2022 ลูกจ้างร้อยละ 48 รวมถึงผู้จัดการร้อยละ 53 รายงานว่าตนเองประสบกับภาวะ Burnout ในที่ทำงาน โดยสาเหตุที่กระตุ้นให้เกิดภาวะ Burnout มักจะเป็นการทุ่มเทให้งานมากเกินไป หรือการมีปัญหากับหัวหน้าหรือเพื่อนร่วมงาน [1]

 

จากที่กล่าวมานี้ จะเห็นได้ว่า การ Burnout นั้นเกิดจากการหมดไฟจนรู้สึกเหนื่อยล้า แต่ไม่ใช่การหมดรัก ในครั้งนี้ ลงทุนศาสตร์ขอนำเสนอ 4 คำถามสำคัญที่จะช่วยให้ตัดสินใจต่อไปได้ว่า งานที่ทำอยู่ยังเป็นงานที่รักอยู่หรือไม่ หากยังเป็นงานที่รัก ความเหนื่อยล้าที่เกิดขึ้นอาจเป็นเพียงภาวะหมดไฟ แต่หากไม่รักงานที่ทำแล้ว ก็อาจเป็นภาวะหมดใจ ดังนี้ [2, 3]

 

คำถามสำหรับทบทวนว่า หมดไฟในงาน หรือหมดรัก คำถามแรก คือการถามตัวเองก่อนว่า จุดเริ่มต้นที่ทำให้ต้องการทำงานนี้คืออะไร ไม่ว่าจะเลิกทำหรือไปต่อ สิ่งสำคัญที่ผู้คนควรทบทวนตัวเองก่อนตัดสินใจ คือความตั้งใจตั้งแต่แรกเริ่ม หากความตั้งใจเดิมยังคงอยู่ และยังรู้สึกถึงความสำคัญของสิ่งนั้นอยู่ หัวใจอาจแค่กำลังเหนื่อยล้าและต้องการพักสักหน่อย แต่หากในใจว่างเปล่า สิ่งที่เคยตั้งใจแต่แรกนั้นไม่สำคัญอีกต่อไป อาการที่เกิดขึ้นก็อาจเป็นเพราะความหมดรัก

 

คำถามที่สำคัญต่อมา คือการถามตัวเองว่า เมื่อพูดถึงงานขึ้นมา ยังมีความรู้สึกกระตือรือร้น ตื่นเต้น อยากมีส่วนร่วมในงานหลงเหลืออยู่ไหม หากยังมีสิ่งที่อยากจะทำต่อ เพียงแต่รู้สึกกดดันกับตนเอง เหนื่อยล้าจากภาระงานที่มากเกินไป หรือมีปัญหากับเพื่อนร่วมงาน การที่ยังมีไฟในงานที่ทำอยู่บ้างแม้เพียงเล็กน้อย ก็จะทำให้ภาวะ Burnout ยังคงเป็นปัญหาที่สามารถแก้ไขได้ แต่หากไม่รู้สึกรักในงานอีกต่อไปแล้ว ต่อให้ไม่เหนื่อยล้าก็ไม่เหลือแรงจูงใจใดให้ทำอีกต่อไป

 

คำถามข้อที่สาม คือการถามต่อตัวเองว่าจะทำอย่างไรต่อไปในวันที่สับสน ลังเล เหนื่อยล้ากับงาน แม้แต่คนที่รักงานมาก ๆ ก็มีสิทธิจะความหลงใหลในสิ่งที่ทำขึ้นมาได้ การตัดสินใจหลังจากเกิดปัญหาหรือความรู้สึกไม่ดีขึ้นเป็นสิ่งสำคัญ เมื่อรู้สึกเหนื่อยล้าแล้ว ยังมีความคิดที่จะหาทางออก หยุดพัก หรือใช้เวลาทบทวนมากขึ้นหรือไม่ หากในใจปฏิเสธที่จะทำงานนี้ต่อไปแล้ว ไม่มีความคิดพยายามที่จะประคองงานไว้ต่อไปแล้ว การลาออกก็อาจเป็นคำตอบสำหรับคนหมดรัก

 

คำถามข้อสุดท้าย หนึ่งปีนับจากนี้ไป หากมองย้อนกลับมา สิ่งใดที่จะทำให้รู้สึกภาคภูมิใจ และสิ่งใดจะทำให้รู้สึกเสียใจ หากงานยังคงเป็นส่วนหนึ่งของความรู้สึกภาคภูมิใจ ยังเป็นสิ่งที่รู้สึกดีเมื่อจะทำมันออกมาได้ดี และรู้สึกเสียดายหากว่าจะปล่อยไป แสดงว่างานยังคงเป็นส่วนสำคัญในชีวิตที่ต้องการรักษาไว้ แต่หากลองคิดทบทวนแล้วพบว่าสิ่งที่น่าเสียดายภายในหนึ่งปีนี้กลายเป็นการที่ยังปล่อยให้ตัวเองทำงานนี้อยู่ ก็ต้องยอมรับว่าใจไม่ได้อยู่กับงานนี้อีกต่อไปแล้ว

 

ทั้งการหมดไฟและการหมดใจเป็นสิ่งที่เกิดขึ้นได้ในโลกของการทำงานทั้งนั้น ทางออกสำหรับคนที่ Burnout คือการคิดวางแผนจัดการระบบการทำงานเสียใหม่ เพื่อแก้ไขปัญหาการทำงานที่อาจเกิดขึ้น รวมถึงการให้เวลาตัวเองพักผ่อน หากิจกรรมคลายสมอง ออกกำลังกายเล็กน้อย เพื่อลดความเหนื่อยล้าและความเครียดจากการทำงาน แต่หากเกิดภาวะหมดใจ การมองหางานใหม่ก็อาจเป็นทางออกที่เหมาะสมที่สุด ไม่ว่าท่านผู้อ่านจะพบเจอกับปัญหาแบบใดในที่ทำงาน ลงทุนศาสตร์ขอเป็นกำลังใจให้ และหวังเป็นอย่างยิ่งว่า ท่านจะเลือกทางแก้ปัญหาที่เหมาะสมกับตนเองอย่างดีที่สุด

 

ลงทุนศาสตร์ – Investerest

ติดตามบทความดีดีกดที่นี่เลย FACEBOOK , และ WEBSITE

 

อ้างอิง
[1] Gili Malinsky. (September 29, 2022). There’s more than one type of work burnout―how to identify which you have. Retrieved from https://www.cnbc.com/2022/09/29/theres-more-than-one-type-of-burnout-how-to-identify-yours.html
[2] Goh Chiew Tong. (June 13, 2022). Stressed and burned out? Quitting your job may not help. Retrieved from https://www.cnbc.com/2022/06/14/stressed-and-burned-out-quitting-your-job-may-not-help.html
[3] Morgan Smith. (January 4, 2022). Winter can be the ‘busiest, most stressful’ time at work—here are 3 strategies to cope. Retrieved from https://www.cnbc.com/2022/01/04/the-3-best-strategies-to-reduce-stress-at-work-and-fight-burnout.html

 

อัพเดทล่าสุดเมื่อ :

เกี่ยวกับผู้เขียน

ลงทุนศาสตร์

ผมเขียนบทความเกี่ยวกับการลงทุนตั้งแต่เบื้องต้น เหมาะสำหรับผู้ลงทุนหรือผู้ที่มีความสนใจที่จะลงทุนที่รักหรือมีทีท่าว่าจะรักในศาสตร์ของการลงทุนเหมือนกัน