ธุรกิจ

AI กับการเปลี่ยนแปลงอุตสาหกรรมยา

AI กับการเปลี่ยนแปลงอุตสาหกรรมยา

AI กับการเปลี่ยนแปลงอุตสาหกรรมยา

 

เทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) กำลังสร้างผลกระทบที่เปลี่ยนแปลงไปในวงการทางเภสัชกรรม บริษัทยากําลังใช้ AI เพื่อสร้างสรรค์ และพัฒนารูปแบบการดำเนินธุรกิจ ซึ่งเราจะเห็นได้จากสิทธิบัตรก้าวล้ำใหม่ ๆ ที่ครอบคลุมการใช้งานที่ค่อนข้างหลากหลายมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นการสร้างแบบจําลองเชิงคาดการณ์ ในการรักษาและป้องกันโรค ไปจนถึงการควบคุมการเพาะเลี้ยงเซลล์ การฆ่าเชื้อโรคและการปนเปื้อน เป็นต้น

 

จากการรายงานของ Pharmaceutical Technology พบว่าในไตรมาสที่ 3 ของปี ค.ศ. 2023 มีจำนวนข้อตกลงที่เกี่ยวข้องกับ AI ในอุตสาหกรรมยาเพิ่มขึ้น 14% เมื่อเทียบกับไตรมาสที่ 3 ของปี 2022 และเมื่อเทียบเป็นรายไตรมาสพบว่ามีจำนวนดีลเพิ่มขึ้น 27% ในไตรมาสที่ 3 ของปี 2023 เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า

 

อย่างที่เราทราบกันดีว่า อุตสาหกรรมยาถือได้ว่าเป็นหนึ่งในอุตสาหกรรม ที่ไม่มีประสิทธิภาพมากที่สุดในโลก เพราะในหลาย ๆ ครั้ง เงิน เวลา และข้อมูลจำนวนมากต้องสูญเปล่า ไปกับการวิจัยที่ไม่ได้ผล บริษัทต่าง ๆ ใช้เม็ดเงินจำนวนหลายหมื่นล้านดอลลาร์ และเวลานับไม่ถ้วน ในขั้นตอนการทดลองกับสัตว์และมนุษย์ เพื่อที่จะพยายามพิสูจน์สมมติฐานของกลไกการทำงานตัวยาในการรักษาโรค

 

ซึ่งพบว่ากว่าเก้าสิบเปอร์เซ็นต์ของความพยายามเหล่านั้น ล้มเหลวในขั้นตอนการวิจัยก่อนคลินิกและระหว่างการทดลองทางคลินิก โดยได้ทิ้งสิ่งที่เรียกว่า “ข้อมูลมืด (Dark data)” ไว้เบื้องหลังเป็นจำนวนมาก ซึ่งก็คือข้อมูลที่สูญเสียประโยชน์ไป เนื่องจากไม่สามารถนำไปใช้วิเคราะห์ หรือประมวลผลได้ ดังนั้นวิธีที่ดีที่สุดในการป้องกันการเกิดข้อมูลขยะ คือการจำกัดวิธีการวิเคราะห์ข้อมูลให้แคบลง และแม่นยำที่สุด ซึ่งการเข้ามาของ AI นั้นสามารถช่วยพัฒนากระบวนการ R&D ในอุตสาหกรรมยาได้เป็นอย่างมาก

 

เนื่องจากช่วยเพิ่มโอกาสที่จะประสบความสำเร็จ ของโปรแกรมการรักษา ช่วยสร้างกลไกการทำงาน และชนิดของยาที่มีแนวโน้มที่จะทำงานได้อย่างเหมาะสมที่สุด ตรงตามคุณสมบัติที่ผู้ผลิตต้องการ และยังช่วยจับคู่เลือกเป้าหมายโรค ที่เหมาะสมกับยาได้อีกด้วย ซึ่งถือได้ว่าเป็นการประหยัดทรัพยากรทั้งต้นทุน บุคลากร และเวลาได้เป็นอย่างมากเมื่อเทียบกับวิธีการวิจัยแบบเดิม ๆ

 

ตัวอย่างบริษัทที่นำ AI เข้ามาใช้พัฒนาธุรกิจเช่น Thread Robotics Inc. ได้มีการพัฒนาระบบและวิธีการสำหรับกำหนดตำแหน่งเซลล์แบบอัตโนมัติ ซึ่งเกี่ยวข้องกับการติดตามและจัดการเซลล์สืบพันธุ์ โดยเทคโนโลยีนี้มีศักยภาพในการปฏิวัติการวิจัยและบําบัดด้วยเซลล์

 

หลาย ๆ บริษัทยา ไม่เพียงแต่มุ่งเน้นไปที่นวัตกรรมเท่านั้น แต่ยังลงทุนเชิงกลยุทธ์ใน AI อีกด้วย การลงทุนเหล่านี้ มีจุดมุ่งหมายเพื่อรักษาข้อตกลงร่วมกับพันธมิตร และวางตัวเองให้อยู่ในระดับแนวหน้าของความก้าวหน้าในอุตสาหกรรม ปัจจุบัน Johnson & Johnson, Novo Nordisk, AstraZeneca, Bristol-Myers Squibb, และ Merck เป็นหนึ่งในบริษัทชั้นนํา ที่เป็นผู้นําในการจ้างงาน AI ในอุตสาหกรรมยา โดยสหรัฐอเมริกาเป็นประเทศยักษ์ใหญ่ในการนํา AI มาใช้ในอุตสาหกรรมยา ซึ่งมีสิทธิบัตร งาน และข้อตกลงที่เกี่ยวข้องกับ AI จำนวนมากที่สุด

 

AI กับวงการอุตสาหกรรมยา ไม่ได้มีความสำคัญเพียงแค่การลดต้นทุนในเรื่องของทรัพยากร แต่การค้นพบยาและวิธีการใหม่ ๆ ในการรักษาโรค ยังช่วยยืดคุณภาพชีวิต สำหรับทุกคนบนโลกใบนี้อีกด้วย

 

ลงทุนศาสตร์ – Investerest

ติดตามบทความดีดีกดที่นี่เลย FACEBOOK , และ WEBSITE

 

https://www.weforum.org/agenda/2023/12/ai-pharmaceutical-industry-wef24/
https://www.pharmaceutical-technology.com/data-insights/artificial-intelligence-in-pharma/?cf-view

 

อัพเดทล่าสุดเมื่อ :

เกี่ยวกับผู้เขียน

ลงทุนศาสตร์

ผมเขียนบทความเกี่ยวกับการลงทุนตั้งแต่เบื้องต้น เหมาะสำหรับผู้ลงทุนหรือผู้ที่มีความสนใจที่จะลงทุนที่รักหรือมีทีท่าว่าจะรักในศาสตร์ของการลงทุนเหมือนกัน