ธุรกิจ

Altria Group โรงงานผู้ผลิตบุหรี่มวนชั้นนำของอเมริกา

Altria Group โรงงานผู้ผลิตบุหรี่มวนชั้นนำของอเมริกา

Altria Group โรงงานผู้ผลิตบุหรี่มวนชั้นนำของอเมริกา

 

Altria Group เป็นบริษัท Holding Company ที่ประกอบกิจการผลิตและจัดจำหน่ายบุหรี่หลากชนิดให้กับบริษัท Phillip Morris, U.S. Smokeless Tobacco และบริษัทลูกอื่น ๆ ในเครือ เมื่อสมัยก่อน Altria กับ Phillip Morris เคยเป็นหนึ่งเดียวกันมาก่อนที่จะมาแยกทางกันตอนปี 2008 ผ่านการ Spin-off (ซึ่งก่อนหน้านี้บริษัทได้ Spin-off บริษัท Kraft Food ออกมาก่อนหน้านี้แล้วเมื่อปี 2007 นับว่าสมัยก่อน Altria Group ยิ่งใหญ่มากจริง ๆ ) โดยบริษัทมีโปรไฟล์รายได้ดังรูปต่อไปนี้ หลัก ๆ คงเป็น Marlboro, Black & Mild รวมถึงผลิตภัณฑ์แบบ Smoke-Free อย่าง on! (เป็นถุงนิโคตินที่ช่วยให้ผู้ใช้ได้รับนิโคตินอย่างช้า ๆ ผ่านการวางถุงนี้ไว้ใต้ลิ้น) และ iQos (บุหรี่แบบอบซึ่งลดกระบวนการเผาไหม้ของบุหรี่) ด้วย

[กระบวนการที่ทำให้บุหรี่อันตรายต่อร่างกายคือการเผาไหม้ภายในร่างกาย ส่วนสารนิโคตินเป็นสารที่ทำให้เราเสพติด เจ้าถุงนิโคตินนี้เป็นนวัตกรรมที่ช่วยให้เลิกบุหรี่ได้โดยไม่เกิดอาการลงแดงนั่นเอง]

นับเป็นหนึ่งในบริษัทที่อยู่คู่ตลาดหุ้นสหรัฐอเมริกามานานมาก โดยตัวบริษัทมีอายุมากกว่า 200 ปี มาแล้ว (บริษัทก่อตั้งเมื่อปี 1822) หากวัดผลตอบแทนตั้งแต่เข้า IPO มาบริษัทสร้างผลตอบแทนให้กว่าผู้ลงทุนแล้วกว่า 879,332.08%

 

แต่ Altria เองก็นับว่ากำลังเจอกับมรสุมชีวิตของบริษัทอย่างเลี่ยงไม่ได้ จาก Trend ที่ทุกคนรักสุขภาพมากขึ้น และบุหรี่เริ่มเป็นที่ไม่นิยมชมชอบเท่าแต่ก่อน

 

จากข้อมูลที่บริษัทได้รายงานมานั้นจะพบว่าจำนวนผู้สูบบุหรี่ลดลงอย่างต่อเนื่อง ซึ่งตรงส่วนนี้บริษัทเองหากต้องการสร้างรายได้ให้เติบโตอาจต้องอาศัยกลยุทธ์การขึ้นราคาสินค้า หรือการ Cross Sale กับผลิตภัณฑ์อื่น ๆ เพื่อสร้างความหลากหลายมากขึ้น รวมถึงการหาธุรกิจอื่นมาทดแทน โดยอย่างน้อยก็เป็นการหาน่านน้ำใหม่ ๆ แทนน่านน้ำที่กำลังจะเหือดแห้งไป

ตัวเลขการเงินย้อนหลังมีดังต่อไปนี้

ปี2015
บริษัทมีรายได้ 18.85 พันล้านเหรียญ
มีกำไรขั้นต้น 11.11 พันล้านเหรัยญ (คิดเป็นอัตรากำไรขั้นต้น 58.95%)
มีกำไรสุทธิ 5.23 พันล้านเหรียญ (คิดเป็นอัตรากำไรสุทธิ 27.74%)

 

ปี2016
บริษัทมีรายได้ 19.34  พันล้านเหรียญ (คิดเป็นอัตราการเติบโต 4.51%)
มีกำไรขั้นต้น 11.62 พันล้านเหรัยญ (คิดเป็นอัตรากำไรขั้นต้น 60.07%)
มีกำไรสุทธิ 14.21 พันล้านเหรียญ (คิดเป็นอัตรากำไรสุทธิ 73.51%)

 

ปี2017
บริษัทมีรายได้ 19.49 พันล้านเหรียญ (คิดเป็นอัตราการเติบโต 3.34%)
มีกำไรขั้นต้น 12.00 พันล้านเหรัยญ (คิดเป็นอัตรากำไรขั้นต้น 61.57%)
มีกำไรสุทธิ 10.21 พันล้านเหรียญ (คิดเป็นอัตรากำไรสุทธิ 52.36%)

 

ปี2018
บริษัทมีรายได้ 19.63 พันล้านเหรียญ (คิดเป็นอัตราการเติบโต 0.88%)
มีกำไรขั้นต้น 12.11 พันล้านเหรัยญ (คิดเป็นอัตรากำไรขั้นต้น 61.70%)
มีกำไรสุทธิ 6.96 พันล้านเหรียญ (คิดเป็นอัตรากำไรสุทธิ 35.44%)

 

ปี2019
บริษัทมีรายได้ 19.80 พันล้านเหรียญ (คิดเป็นอัตราการเติบโต 4.99%)
มีกำไรขั้นต้น 12.71 พันล้านเหรัยญ (คิดเป็นอัตรากำไรขั้นต้น 64.22%)
ขาดทุนสุทธิ 1.30 พันล้านเหรียญ (คิดเป็นอัตรากำไรสุทธิ -6.57%)

 

ปี2020
บริษัทมีรายได้ 20.84 พันล้านเหรียญ (คิดเป็นอัตราการเติบโต 2.83%)
มีกำไรขั้นต้น 13.07 พันล้านเหรัยญ (คิดเป็นอัตรากำไรขั้นต้น 62.73%)
มีกำไรสุทธิ 4.46 พันล้านเหรียญ (คิดเป็นอัตรากำไรสุทธิ 21.40%)

 

ปี2021
บริษัทมีรายได้ 21.11 พันล้านเหรียญ (คิดเป็นอัตราการเติบโต 7.03%)
มีกำไรขั้นต้น 13.99 พันล้านเหรัยญ (คิดเป็นอัตรากำไรขั้นต้น 66.28%)
มีกำไรสุทธิ 2.46 พันล้านเหรียญ (คิดเป็นอัตรากำไรสุทธิ 11.67%)

 

แม้บางปีบริษัทจะมีผลขาดทุนจากกำไรไม่ปกติและกำไรทางบัญชี แต่บริษัทเองก็สามารถสร้าง Free Cash Flow ออกมาให้ผู้ถือหุ้นได้ตลอดทุกปี

 

 

ข้อมูลคร่าว ๆ ของบริษัทนี้หากว่ากันตามตรงแล้ว มีความเหมือนกับบริษัท Philip Morris ที่เราได้เคยนำเสนอไปก่อนหน้านี้มากทีเดียว เนื่องจากบริษัททั้ง 2 หากบอกว่าเป็นบริษัทเดียวกันก็ไม่ผิด หากแต่ทาง PM ที่เรานำเสนอนั้นเป็น Philip Morris International ซึ่งเน้นในการทำธุรกิจทั่วโลก ส่วนทาง Altria Group หรือบริษัทที่เรากำลังนำเสนอนี้เป็นบริษัทที่เน้นทำธุรกิจอยู่ในอเมริกา ซึ่งตัว PM จะมีรายได้มากกว่าทาง MO จากความที่มีกิจการรอบโลกนี่เอง หากแต่ทาง MO นับว่ามีพอร์ตที่หลากหลายกว่านอกจากเป็นผู้ผลิตบุหรี่ในอเมริกาแล้ว เขายังมีพอร์ตในฝั่งของเครื่องดื่มอีกด้วย เช่นบริษัท Ambev ผู้ผลิตเบียร์ชั้นนำของโลก ซึ่งถือครองสัดส่วนหุ้นราว ๆ 10% รวมถึงถือหุ้นในบริษัท Cronos Group บริษัทผู้ทำธุรกิจเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์กัญชา เป็นต้น

 

ซึ่งเป้าหมายสูงสุดของบริษัทตอนนี้ก็คือการปรับภูมิทัศน์จาก adult smokers ให้พวกเขาก้าวเข้าสู่ Smoker-Free ให้ได้นั่นเอง

 

ทั้งนี้ ในหุ้นอุตสาหกรรมบุหรี่นั้น จากที่ศึกษามาหลายประเทศ ทำให้พบว่าหุ้นอุตสาหกรรมนี้มีอัตราเงินปันผลตอบแทนในระดับที่สูงพอสมควร และราคาก็ต่ำติดดินลงมาหลายบริษัท ซึ่งส่วนตัวก็พอเข้าใจได้ว่าพวกเขาน่าจะ Price In ราคาจากเทรนด์ในโลกอนาคตอย่างแท้จริง แต่พอเห็นอัตรากำไรของบริษัทพวกนี้แล้วทำให้นึกถึงหุ้นอุตสาหกรรมสำรวจขุดเจาะปิโตรเลียมอย่าง PTTEP ที่มี Gross Margin สูง แต่ก็มีประเด็นในอนาคตที่อาจจะไม่ได้ไปต่อจากการรณรงค์ใช้พลังงานไฟฟ้าและพลังงานสะอาดแทน นับว่าเป็นอีกหนึ่งอุตสาหกรรมที่เรียกว่าโดนพระเจ้าทอดทิ้งเหมือนกัน

 

ลึก ๆ แล้วทางรอดของทั้ง 2 อุตสาหกรรมนี้คงหนีไม่พ้นการใช้ประโยชน์จากการที่บริษัทมี Free Cash Flow มหาศาลนี้ไปกับการต่อยอดธุรกิจที่มีอนาคตอื่น ก็คงเป็นตัวเลือกที่น่าจะชัดเจนที่สุด อย่างธุรกิจบุหรี่ยาสูบอาจจะไปลงทุนในหมวดกัญชงกัญชา หรือแม้แต่ ปตท.สผ. เองก็ไปเริ่มลงทุนในเรื่องเอไอและหุ่นยนต์มากขึ้น ซึ่งท้ายที่สุดเราเองก็หวังว่าผลแห่งการลงทุนนี้จะมาช่วยต่ออายุของบริษัทให้เอาตัวรอดต่อไปให้ได้นั่นเอง

 

ลงทุนศาสตร์ – Investerest

ติดตามบทความดีดีกดที่นี่เลย FACEBOOK , OFFICIAL LINE และ WEBSITE

 

พิเศษ! เข้ากลุ่มเรียนหุ้นออนไลน์ฟรีกับลงทุนศาสตร์แบบไม่มีเงื่อนไขได้ที่ : เรียนหุ้นฟรีกับลงทุนศาสตร์

 

อ้างอิง

https://www.altria.com/about-altria/who-we-are/corporate-profile

https://investor.altria.com/events-presentations/default.aspx

https://www.tradingview.com/symbols/NYSE-MO/financials-income-statement/

https://ngthai.com/cultures/13525/can-snus-help-smoke-addict/

https://www.pttep.com/en/Article/Arv.aspx

 

อัพเดทล่าสุดเมื่อ :

เกี่ยวกับผู้เขียน

ลงทุนศาสตร์

ผมเขียนบทความเกี่ยวกับการลงทุนตั้งแต่เบื้องต้น เหมาะสำหรับผู้ลงทุนหรือผู้ที่มีความสนใจที่จะลงทุนที่รักหรือมีทีท่าว่าจะรักในศาสตร์ของการลงทุนเหมือนกัน