ธุรกิจ

British American Tobacco บริษัทผู้ผลิตบุหรี่สัญชาติอังกฤษ

British American Tobacco บริษัทผู้ผลิตบุหรี่สัญชาติอังกฤษ

British American Tobacco บริษัทผู้ผลิตบุหรี่สัญชาติอังกฤษ

 

British American Tobacco เป็นบริษัทที่ผลิตและจัดจำหน่ายบุหรี่สัญชาติอังกฤษที่มี Market Share ในตลาดบุหรี่เป็นอันดับ 2 ของโลก (ซึ่งไม่นับตลาดของประเทศจีนที่มีจำนวนประชากรกินขาดและเป็นรัฐวิสาหกิจถือครองหุ้นโดยรัฐบาลจีนล้วน ๆ)

 

โดยหลัก ๆ แล้วบริษัทจะมีผลิตภัณฑ์อยู่ 2 แบบ คือกลุ่ม Non-Combustibles (บุหรี่ที่ไม่มีกระบวนการเผาไหม้ในร่างกายอันก่อให้เกิดสารมะเร็ง) และ Combustible (เป็นบุหรี่แบบดั้งเดิมที่มีกระบวนการเผาไหม้ในร่างกาย)

ซึ่งตอนนี้กลุ่ม Non-Combustibles กำลังพยายามอย่างขันแข็งในการเพิ่มสัดส่วนรายได้มาทดแทนกลุ่มบุหรี่แบบดั้งเดิม ซึ่งตอนนี้สามารถครองรายได้ได้แล้ว 10% ของรายได้รวม

โดยจากรูปกลุ่มที่เป็น Non-Combustible คือ THP (บุหรี่แบบรมควันเหมือนกับ iQos สำหรับ BATS แล้วมีผลิตภัณฑ์เรือธง ชื่อแบรนด์ GLO) , Vapour (บุหรี่ไฟฟ้าแบบเป็นไอ บริษัทมีผลิตภัณฑ์เรือธงชื่อ Vuse) และ Modern Oral (พวกถุงนิโคตินและหมากฝรั่ง ที่ช่วยลดอาการเสพติดการสูบบุหรี่ โดยบริษัทมีผลิตภัณฑ์เรือธงภายใต้แบรนด์ Velo) บริษัทมีโครงสร้างรายได้ของกลุ่มนี้ดังรูปด้านล่าง (จะมีหักลบ Poly Usage จากการที่มีผู้บริโภคใช้ผลิตภัณฑ์ Non-Combustible หลายผลิตภัณฑ์)

โดยกลุ่มนี้มีอัตราการเติบโตราว 30% ต่อปี

นอกจากนี้บริษัทยังใช้แบรนด์ผลิตภัณฑ์บุหรี่ทั้ง 3 ประเภทนี้เป็นเรือธงในการทำ R&D และใช้เป็นเกณฑ์เพื่อให้บริษัทเรียกคะแนนฝั่ง ESG อีกด้วย

 

โดยเมื่อดูสัดส่วนการถือครอง Market Share แยกตามผลิตภัณฑ์แล้วเรียกได้ว่าทำได้ดีเลยทีเดียว โดยหมวด Vapour กับ Modern Oral สามารถครอง Market Share อันดับ 1 ได้ในหลายประเทศมาก ซึ่งตรงส่วนนี้อาจทำให้เกิด Network Effect สร้างความใกล้ชิดของผู้บริโภคได้ในประเทศอื่น ๆ ได้ด้วย ส่วนผลิตภัณฑ์ในหมวด THP หรือแบรนด์ Glo เองก็นับว่าทำได้ดีเช่นกัน โดยครอง Market Share อันดับ 2 ซึ่งก็ต้องพยายามต่อไป เป็นคู่แข่งโดยตรงกับ iQOS ของทาง Philip Morris ก็ว่าได้

นอกจากนี้แล้วผลิตภัณฑ์เรือธงทั้ง 3 เองยังพยายามออกมาแก้ไขเรื่องของการที่บุหรี่ทำให้เกิดมลพิษต่าง ๆ ด้วย โดยทางบริษัทเครมว่าสามารถลดมลพิษได้มากกว่า 90% โดยมีการวิจัยแบบ Peer-Review ออกมามากกว่า 70 ฉบับอีกด้วย

รายงานส่วนนี้บริษัทได้มีรายงานแยกออกมาต่างหากว่าด้วยเรื่องผลิตภัณฑ์ของตัวเองโดยเฉพาะ หากท่านใดสนใจสามารถอ่านได้จากลิงค์นี้ได้ https://www.bat.com/group/sites/UK__9D9KCY.nsf/vwPagesWebLive/DOBN2JBY

บริษัทมีตัวเลขการเงินย้อนหลังดังนี้
ปี 2015
บริษัทมีรายได้ 13.10 พันล้านปอนด์
บริษัทมีกำไรขั้นต้น 7.79 พันล้านปอนด์ (คิดเป็นอัตรากำไรขั้นต้น 59.44%)
บริษัทมีกำไรสุทธิ 4.29 พ้นล้านปอนด์ (คิดเป็นอัตรากำไรสุทธิ 32.74%)

 

ปี 2016
บริษัทมีรายได้ 14.89 พันล้านปอนด์  (รายได้เติบโต 13.65%)
บริษัทมีกำไรขั้นต้น 8.59 พันล้านปอนด์ (คิดเป็นอัตรากำไรขั้นต้น 57.64%)
บริษัทมีกำไรสุทธิ 4.65 พ้นล้านปอนด์ (คิดเป็นอัตรากำไรสุทธิ 31.21%)

 

ปี 2017
บริษัทมีรายได้ 19.51 พันล้านปอนด์  (รายได้เติบโต 30.50%)
บริษัทมีกำไรขั้นต้น 11.20 พันล้านปอนด์ (คิดเป็นอัตรากำไรขั้นต้น 57.42%)
บริษัทมีกำไรสุทธิ 37.48 พ้นล้านปอนด์ (คิดเป็นอัตรากำไรสุทธิ 192.11%)
[บริษัทได้ควบรวมกับ Reynolds American Inc. เลยทำให้งบการเงินฟูขึ้น แบรนด์ในเครือของ Reynolds ก็คือ Lucky Strike กับ Camel]

 

ปี 2018
บริษัทมีรายได้ 24.48 พันล้านปอนด์ (รายได้เติบโต 43.58%)
บริษัทมีกำไรขั้นต้น 16.09 พันล้านปอนด์ (คิดเป็นอัตรากำไรขั้นต้น 65.71%)
บริษัทมีกำไรสุทธิ 6.03 พ้นล้านปอนด์ (คิดเป็นอัตรากำไรสุทธิ 24.64%)

 

ปี 2019
บริษัทมีรายได้ 25.86 พันล้านปอนด์ (รายได้เติบโต 9.65%)
บริษัทมีกำไรขั้นต้น 17.64 พันล้านปอนด์ (คิดเป็นอัตรากำไรขั้นต้น 68.19%)
บริษัทมีกำไรสุทธิ 5.70 พ้นล้านปอนด์ (คิดเป็นอัตรากำไรสุทธิ 22.05%)

 

ปี 2020
บริษัทมีรายได้ 25.76 พันล้านปอนด์ (รายได้เติบโต -0.41%)
บริษัทมีกำไรขั้นต้น 18.12 พันล้านปอนด์ (คิดเป็นอัตรากำไรขั้นต้น 70.33%)
บริษัทมีกำไรสุทธิ 6.40 พ้นล้านปอนด์ (คิดเป็นอัตรากำไรสุทธิ 24.84%)

 

ปี 2021
บริษัทมีรายได้ 25.71 พันล้านปอนด์ (รายได้เติบโต -0.18%)
บริษัทมีกำไรขั้นต้น 17.82 พันล้านปอนด์ (คิดเป็นอัตรากำไรขั้นต้น 69.30%)
บริษัทมีกำไรสุทธิ 6.79 พ้นล้านปอนด์ (คิดเป็นอัตรากำไรสุทธิ 26.40%)

 

ว่ากันตามตรงบริษัทบุหรี่เองนับว่ามีรายจ่ายสังคมที่ตำเป็นต้องจ่ายอยู่แล้ว จากตรงส่วนรายจ่ายด้าน Other operating expenses นี้ จะมีเป็นรายจ่ายที่มีขนาดใหญ่ที่สุด และมีสิ่งที่น่าสนใจในรายจ่ายส่วนนี้ด้วย เช่น รายจ่ายส่วน MSA เป็นต้น ซึ่งเป็นรายจ่ายที่ต้องจ่ายให้กับทางภาครัฐ (เช่นอเมริกา แล้วแต่ภูมิภาคที่บริษัทไปตีตลาด) ซึ่งรัฐก็เอาเงินส่วนนี้ไปจ่ายให้กับภาคการแพทย์เพื่อรักษาผู้ป่วยที่มาขอเบิกเรื่องโรคภัยจากบุหรี่พวกนี้ นอกจากนี้ยังมีค่า Lawsuit ที่ต้องจ่ายในการจ้างทนายมาสู้กับกรณีบริษัทถูกร้องเรียนด้วยครับ นี่คือสิ่งที่ต้องแลกมากับบริษัทที่มี Gross Margin ที่สูง แต่อยู่ในอุตสาหกรรมสีเทา แต่ก็ปฏิเสธไม่ได้ว่าบริษัทเองก็พยายามในการปรับตัวเอง มีการนำงบลงทุนไปลงในส่วนของการ R&D เพื่อพัฒนาผลิตภัณฑ์ให้ลดมลพิษและความเสี่ยงต่อร่างกาย

ทั้งนี้แล้วแม้แมฆหมอกแห่งความโหดร้ายของอุตสาหกรรมนี้จะยังคงเป็นสีเทาจากการติดข้อกฎหมายในการดำเนินกิจการ การมีภาษีสังคมที่ต้องจ่ายให้กับสังคมอยู่เสมอ แต่ก็แลกมาด้วย Margin ที่สูง และการแข่งขันระดับภูมิภาคและระดับโลกแทน

 

หากใครมองว่าอุตสาหกรรมนี้น่าสนใจ เหมาะแก่การ Cigarette Butt จากช่วงชีวิตสุดท้ายของเขา อุตสาหกรรมนี้ก็อาจตอบโจทย์แนวทางการลงทุนแบบ Conservative ก็ได้ครับ จากอัตราการจ่ายเงินปันผลของบริษัทก็เรียกได้ว่าสะท้อนภาพลักษณ์แง่ลบในอนาคตไปจนเห็นผลจาก % Dividend Yield ถึงระดับ 7% แต่ทั้งนี้ ก็ขอให้ระมัดระวังความเสี่ยงให้ดี หรือว่าหากมองเห็นว่าเทรนด์กัญชา กัญชงที่อาจมาต่อชีวิตของบริษัทนี้ คิดว่าบริษัทจะใช้ Asset จากการมีทรัพยากรด้านยาสูบดีอยู่แล้ว ก็นับว่านี่เป็นอีกหนึ่งบริษัทที่น่าสนใจไม่น้อยเช่นกัน

 

แม้จะดูมีแต่ความมืดหม่นบ้าง แต่บริษัทนี้ก็ยังน่าสนใจในการศึกษาช่วงชีวิตช่วงต่อระหว่าง S-Curve ใหม่ของกัญชา หรือนี่อาจจะเป็นแค่ห้วงอาทิตย์ตกขอบฟ้าที่รอเวลากลับขึ้นมาอีกครั้งในวันใหม่

 

ลงทุนศาสตร์ – Investerest

ติดตามบทความดีดีกดที่นี่เลย FACEBOOK , OFFICIAL LINE และ WEBSITE

 

พิเศษ! เข้ากลุ่มเรียนหุ้นออนไลน์ฟรีกับลงทุนศาสตร์แบบไม่มีเงื่อนไขได้ที่ : เรียนหุ้นฟรีกับลงทุนศาสตร์

 

อ้างอิง

https://www.tradingview.com/symbols/LSE-BATS/financials-income-statement/

https://www.bat.com/group/sites/UK__9D9KCY.nsf/vwPagesWebLive/DO9DCL3B

https://www.bat.com/group/sites/UK__9D9KCY.nsf/vwPagesWebLive/DO6FKEVZ

 

อัพเดทล่าสุดเมื่อ :

เกี่ยวกับผู้เขียน

ลงทุนศาสตร์

ผมเขียนบทความเกี่ยวกับการลงทุนตั้งแต่เบื้องต้น เหมาะสำหรับผู้ลงทุนหรือผู้ที่มีความสนใจที่จะลงทุนที่รักหรือมีทีท่าว่าจะรักในศาสตร์ของการลงทุนเหมือนกัน