เศรษฐกิจ

ฝีดาษลิงจะกลายเป็นปัจจัยซ้ำเติมเศรษฐกิจหรือไม่

ฝีดาษลิงจะกลายเป็นปัจจัยซ้ำเติมเศรษฐกิจหรือไม่

ฝีดาษลิงจะกลายเป็นปัจจัยซ้ำเติมเศรษฐกิจหรือไม่

 

หากเราเลื่อนผ่านฟีดในโซเชียลมีเดียแพลตฟอร์มต่าง ๆ ตอนนี้โรคฝีดาษลิง (Monkeypox) เป็นหนึ่งในสิ่งที่สื่อและผู้เชี่ยวชาญทางการแพทย์ออกมาจับตามอง มีข่าวแพร่สะพัด ทั้งข่าวที่เป็นความจริง และข่าวลือที่เกิดจากความตื่นตระหนกของผู้คน แน่นอนว่าเรายังอยู่กับสภาวะที่ต้องรับผลกระทบอย่างหนักจากการแพร่ระบาดของโรคโควิด 19 ที่ส่งผลต่อเศรษฐกิจหยั่งรากลึกทั้งในประเทศและระดับโลก การมีข่าวระบาดของฝีดาษลิงจึงทำให้ผู้คนจำนวนไม่น้อยตื่นตระหนก และกังวลเป็นอย่างยิ่งว่าจะเกิดเหตุการณ์การรับมือกับโรคระบาดไม่ได้ และทำให้เศรษฐกิจและชีวิตผู้คนตกอยู่ในสภาวะที่ลำบากยิ่งกว่าที่ผ่านมา

 

ทั้งนี้ ยังไม่มีรายงานว่าโรคฝีดาษลิงเป็นโรคที่แพร่ระบาดอย่างน่ากลัว ยังไม่มีรายงานการประเมินผลกระทบต่อเศรษฐกิจ และองค์การอนามัยโลกยังคงประเมินระดับความรุนแรงของการแพร่ระบาดอยู่ในระดับกลางเท่านั้น

 

ฝีดาษลิงในไทยกำลังได้รับความสนใจเป็นอย่างมาก โดยเฉพาะอย่างยิ่งหลังจากที่กรมควบคุมโรค ระบุว่า พบผู้ป่วยยืนยัน 1 ราย มีประวัติเดินทางมาเปลี่ยนเครื่องในสนามบินในไทย 2 ชั่วโมงเพื่อเดินทางต่อไปประเทศออสเตรเลีย ทำให้มี ผู้สัมผัสเสี่ยง 12 ราย เป็นผู้โดยสารและลูกเรือในสายการบิน ซึ่งอยู่ในระหว่างการติดตามอาการ เบื้องต้นทั้ง 12 ราย ยังไม่มีอาการ

 

ศ.นพ.ธีระวัฒน์ เหมะจุฑา (หมอธีระวัฒน์) ผู้อำนวยการศูนย์วิทยาศาสตร์สุขภาพโรคอุบัติใหม่ คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย โพสต์เฟซบุ๊กส่วนตัว (ธีระวัฒน์ เหมะจุฑา Thiravat Hemachudha) โดยมีข้อความว่า ฝีดาษลิง เรื่องปกติหรือต้องเครียด?

 

ข้อความในโพสต์นั้นระบุว่า ฝีดาษลิง น่าจะมีมาเนิ่นนานแล้วจนกระทั่งไปพบในลิงในศูนย์สัตว์ทดลอง ในปี 1958 และที่พิสูจน์ในมนุษย์คือในปี 1970 ที่คองโก และมีการระบาดเป็นระยะ ในประเทศแอฟริกาทวีป (Benin, Cameroon, the Central African Republic, the Democratic Republic of the Congo, Gabon, Ghana พบในสัตว์, Ivory Coast, Liberia, Nigeria, the Republic of the Congo, Sierra Leone, and South Sudan) แต่โรคก็สงบไปเอง

 

แต่การระบาดดูเหมือนว่าจะหนาตามากขึ้นเรื่อย ๆ อย่างเช่นในปี 2020 องค์การอนามัยโลกได้รายงานว่ามีผู้ที่น่าจะติดเชื้อฝีดาษลิงในอัฟริกา 4594 รายและเสียชีวิต 171 ราย (สัดส่วนการเสียชีวิต case fatality ratio 3.7%) โดยที่สายพันธุ์ฝีดาษลิง สายพันธุ์แอฟริกันตะวันตก จะมีความรุนแรงน้อยกว่าสายพันธุ์แอฟริกันกลาง

 

การระบาดที่มากขึ้น เกิดพร้อมกับคนในประเทศต้นตอ เดินทางไปยังประเทศต่าง ๆ และเกิดการติดเชื้อตามมา แต่ยังเกิดในลักษณะเป็นกระจุกเล็ก ๆ และสามารถสืบสาวไปถึงต้นตอในรายแรกได้ เหตุการณ์ในลักษณะนี้มีมาอยู่บ้าง ในปี 2018 และ 2019 ที่พบคนที่ติดเชื้อฝีดาษลิง จากไนจีเรียที่เดินทางไปประเทศอังกฤษและสิงคโปร์ สิ่งที่ทำให้เกิดความกลัวกันมากก็คือลักษณะดังกล่าวแสดงถึงการแปรผันของไวรัสหรือไม่ แต่ก็ยังไม่พบหลักฐานใดที่ชี้บ่งว่ามีการปรับสายพันธุ์ และอาการของโรคก็ไม่ได้รุนแรง โดยที่มีการดูแลรักษาอย่างดี

 

ทั้งนี้สถานการณ์เปลี่ยนไปโดยที่ในวันที่ 7 พฤษภาคม 2022 ที่มีการพบฝีดาษลิงในรายแรกที่ประเทศอังกฤษ และเกี่ยวโยงกับการเดินทางมาจากประเทศตันตอ แต่ในรายต่อมา ไม่พบประวัติการเดินทางหรือแม้แต่การสัมผัสใกล้ชิดกับผู้ที่กลับมาจากต่างประเทศ ซึ่งแสดงให้เห็นถึงว่าน่าจะมีการกระจายในชุมชนโดยที่ไม่สามารถสืบเสาะหาต้นตอได้ชัดเจนแล้ว และเกิดขึ้นในมากกว่า 15 ประเทศในช่วงระยะเวลาสั้น ๆ ภายในเดือนพฤษภาคมในสามทวีป

 

ปัญหาที่สำคัญก็คือ ทำไมการแพร่กระจายในลักษณะดังกล่าวไม่เกิดขึ้นก่อนหน้านี้ และอาจอธิบายไม่ได้จากตัวไวรัสเอง ทั้งนี้เนื่องจากไวรัสของคนติดเชื้อในประเทศโปรตุเกสในปี 2022 ไม่ได้มีลักษณะแตกต่างจากที่พบในปี 2018 และ 2019 แต่ยังเป็นโชคดีที่ความรุนแรงของโรคไม่ได้มากมายและยังไม่พบผู้เสียชีวิต

 

สมมุติฐานที่น่าจะมีความเป็นไปได้สูงสุดก็คือ ฝีดาษลิงเตรียมพร้อมที่จะมีการปะทุขึ้นตลอดเวลาที่ผ่านมา แต่เนื่องจากประชาชนในทุกประเทศทั่วโลกมีการฉีดวัคซีนป้องกันไข้ทรพิษหรือฝีดาษซึ่งสามารถมีภูมิคุ้มกันข้ามไปยังฝีดาษลิงได้อย่างน้อยถึง 85%

 

แต่การฉีดวัคซีนไข้ทรพิษได้มีการยุติลงในปี 2523 เนื่องจากถือว่าไข้ทรพิษได้สูญไปจากโลกแล้ว ดังนั้นคนที่เกิดก่อนปี 2523 ในประเทศไทย ซึ่งน่าจะมีอายุตั้งแต่ 50 ปีขึ้นไป น่าจะยังมีภูมิคุ้มกันฝีดาษลิงอยู่ได้ แต่ไม่ทั้งหมด สถานะภูมิคุ้มกันหมู่ (herd immunity) ที่ได้รับจากวัคซีนไข้ทรพิษ ทั้งใน แอฟริกา และทั้งโลก น่าจะเริ่มเสื่อมโทรมไป

 

ในขณะที่มีรายงานประเทศพบผู้ติดเชื้อฝีดาษลิงเพิ่มขึ้นต่อเนื่องนอกแอฟริกา ที่ขณะนี้พบแล้ว 23 ประเทศ แต่องค์การอนามัยโลก หรือ WHO ก็ระบุว่าตอนนี้โรคฝีดาษลิงยังถือว่ามีความเสี่ยงระดับปานกลางต่อสาธารณสุขของโลก

แถลงการณ์ขององค์การอนามัยโลกระบุว่า ความเสี่ยงอาจเพิ่มมากขึ้นหากไวรัสนี้กลายเป็นเชื้อก่อโรคในมนุษย์ และแพร่เชื้อไปยังกลุ่มคนที่มีความเสี่ยงป่วยหนักมากกว่า เช่น เด็กเล็กและผู้ที่มีภูมิต้านทานต่ำแต่ขณะนี้ยังไม่มีรายงานการติดเชื้อฝีดาษลิงในกลุ่มเสี่ยงดังกล่าว

ข้อมูลองค์การอนามัยโลกจนถึงวันที่ 26 พฤษภาคมชี้ว่า มีผู้ติดเชื้อยืนยันทั้งหมด 257 ราย ผู้ที่รอการยืนยันโรคอีก 120 ราย ใน 23 ประเทศที่ฝีดาษลิงไม่ใช่โรคประจำถิ่นและยังไม่มีรายงานผู้เสียชีวิต

องค์การอนามัยโลกยังคาดว่าจะมีรายงานผู้ติดเชื้อฝีดาษลิงเพิ่มขึ้นอีก เพราะขณะนี้หลายประเทศเริ่มใช้มาตรการการเฝ้าระวังผู้ติดเชื้อ ทั้งในประเทศที่เป็นถิ่นระบาดและไม่ใช่ถิ่นระบาด

ผู้เชี่ยวชาญจากองค์การอนามัยโลกชี้ว่าสิ่งสำคัญอันดับแรกในตอนนี้ คือควบคุมการระบาดในประเทศที่ฝีดาษลิงไม่ใช่โรคประจำถิ่นโดยใช้มาตรการที่เหมาะสม รวดเร็ว ยังไม่มีความจำเป็นต้องปูพรมฉีดวัคซีนให้ประชาชนเป็นวงกว้าง แต่แนะนำว่าในประเทศที่สามารถทำได้ ควรให้ฉีดวัคซีนแบบเจาะจงกลุ่มเป้าหมาย เช่น ผู้สัมผัสใกล้ชิดผู้ติดเชื้อ

 

จนถึงปัจจุบัน ยังไม่มีรายงานการประเมินผลกระทบของการระบาดของโรคฝีดาษลิงในแง่ของเศรษฐกิจ อันเนื่องจากว่าความอันตรายในการแพร่ระบาดยังอยู่ในระดับกลาง และมาตรการการคุ้มกันการแพร่กระจายยังไม่ถึงระดับสูงสุด ที่ทำให้ต้องใช้ทรัพยากรและงบประมาณจำนวนมากฉีดยาป้องกันปูพรมทุกพื้นที่ หากแต่เป็นการให้วัคซีนเจาะจงเฉพาะกลุ่มเป้าหมายเท่านั้น ดังนั้นจึงเป็นที่ต้องจับตามองต่อไปว่าประเทศต่าง ๆ จะควบคุมการระบาดได้มากน้อยแค่ไหน ควบคุมผลกระทบต่อเศรษฐกิจของประเทศที่เกิดการระบาดอย่างไร และที่สำคัญคือเกิดผลกระทบต่อเศรษฐกิจโลกอย่างไรบ้าง

 

ลงทุนศาสตร์ – Investerest

ติดตามบทความดีดีกดที่นี่เลย FACEBOOK , OFFICIAL LINE และ WEBSITE

 

พิเศษ! เข้ากลุ่มเรียนหุ้นออนไลน์ฟรีกับลงทุนศาสตร์แบบไม่มีเงื่อนไขได้ที่ : เรียนหุ้นฟรีกับลงทุนศาสตร์

 

อ้างอิง
PPTV36, WHO ระบุฝีดาษลิงเสี่ยงปานกลางต่อระบบสาธารณสุขโลก, อ้างอิงจาก https://www.pptvhd36.com/news/%E0%B8%95%E0%B9%88%E0%B8%B2%E0%B8%87%E0%B8%9B%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B9%80%E0%B8%97%E0%B8%A8/173230
ฐานเศรษฐกิจ, ฝีดาษลิงในไทยควรกลัวหรือไม่ กลุ่มไหนที่มีภูมิคุ้มกัน เช็คเลย, อ้างอิงจาก https://www.thansettakij.com/general-news/526990
ฐานเศรษฐกิจ, ฝีดาษลิงเกิดจากสาเหตุอะไรที่กำลังระบาดตอนนี้, อ้างอิงจาก https://www.thansettakij.com/general-news/526870

 

อัพเดทล่าสุดเมื่อ :

เกี่ยวกับผู้เขียน

ลงทุนศาสตร์

ผมเขียนบทความเกี่ยวกับการลงทุนตั้งแต่เบื้องต้น เหมาะสำหรับผู้ลงทุนหรือผู้ที่มีความสนใจที่จะลงทุนที่รักหรือมีทีท่าว่าจะรักในศาสตร์ของการลงทุนเหมือนกัน