การลงทุน

10 คำถาม ก่อนลงทุนหุ้น กับกวี ชูกิจเกษม

10 คำถาม ก่อนลงทุนหุ้น กับกวี ชูกิจเกษม

10 คำถาม ก่อนลงทุนหุ้น กับกวี ชูกิจเกษม

 

วันนี้ลงทุนศาสตร์ชวนมาเรียนรู้เริ่มต้นโดยมุ่งหวังให้คุณผู้อ่านที่ยังไม่ได้เริ่มสนใจในหุ้นหรือคิดจะเริ่มต้นการลงทุนให้หุ้นหรือผู้ที่หันมาลงทุนแล้วแต่ยังไม่ประสบความสำเร็จหันมาเรียนรู้วิธีเริ่มต้นการลงทุนในแบบกวี ชูกิจเกษม โดยจะเล่าแบบเป็นขั้นตอนสำหรับผู้เริ่มอย่างง่าย ๆ จะมีทั้งหมด 10 คำถามและ 10 คำตอบ

 

  1. ทำไมเราต้องลงทุน
    1. เราไม่ลงทุนได้ แต่เราก็ต้องยอมรับกับผลตอบแทนที่น้อย เป็นแบบดอกเบี้ยเงินฝาก จะสังเกตว่าผลตอบแทนในปัจจุบันมันได้ 1-2% เท่านั้น ซึ่งแน่นอนว่าอาจทดแทนกับเงินเฟ้อได้ แต่ดอกเบี้ยธนาคารเราก็ได้เต็มที่เท่านั้น การฝากเงินธนาคารโดยไม่ลงทุนเลย เราจะสูญเสียเงิน เพราะราคาสินค้าปรับตัวมากขึ้นแต่ค่าใช้จ่ายเพิ่มขึ้น
  2. ลงทุนอะไรดี
    1. มีหลากหลายการลงทุน สินทรัพย์มากมาย เช่น เงินฝาก ธนาคารสภาพคล่องล้น ลดดอกเบี้ย พันธบัตร ตราสารหนี้ หุ้นไทย หุ้นโลก น้ำมัน ทองคำ แต่การลงทุนหุ้นแม้ว่าจะมีความเสี่ยงแต่ในระยะยาวผลตอบแทนในแต่ละประเทศก็ค่อนข้างสูง อย่างไทย ปีละ 8-9% ถ้ามองในระยะยาวโดยเฉลี่ยผลตอบแทนของตลาดหุ้นก็จะอยู่ประมาณ 8-10% เป็นสินทรัพย์ที่ให้ผลตอบแทนค่อนข้างสูง
  3. หุ้นคืออะไร
    1. หุ้นคือไม่ได้ต่างจากการเอาเงินไปธนาคาร เพราะธนาคารเอาเงินไปให้ธุรกิจทำธุรกิจ พอทำธุรกิจได้ก็เจียดดอกเบี้ยคืนให้ธนาคาร หุ้นก็เหมือนกัน เราเอาเงินไปซื้อหุ้น พอเอาเงินไปซื้อหุ้นก็เอาเงินไปให้ภาคธุรกิจลงทุน พอภาคธุรกิจได้กำไรก็จะปันผลคืนให้เรา ซึ่งผลตอบแทนมักจะสูงกว่าดอกเบี้ย เราต้องเป็นคนวิเคราะห์ศักยภาพบริษัทและธุรกิจ
    2. ตลาดหุ้น ตลาดแรกกับตลาดรองคืออะไร
      1. ตลาดแรกคือ บริษัทที่ทำธุรกิจยังไม่ได้อยู่ในตลาดหุ้น เอามาเสนอขายให้ประชาชนทั่วไป แล้วเงินก้อนนี้ก็จะเอาเงินไปให้ธุรกิจ ธุรกิจก็เอาเงินก้อนนี้ไปทำธุรกิจ ข้อดีคือการขายหุ้นไม่ได้ขายคืนธนาคาร แต่เป็นการขายให้ประชาชนคนอื่นในตลาดรอง
  4.  มีนักลงทุนกี่ประเภทในการลงทุนในตลาดหุ้น
    1. เซียนนักลงทุนจะมีแบบ value investor กับ นักเก็งกำไร ซื้อขายรายวันรายสัปดาห์ ดังนั้นความรู้และวินัยประสบการณ์จะแตกต่างกัน ต้องสังเกตตนเองก่อนว่าตนเองเป็นนักลงทุนหรือนักเก็งกำไร แต่สำหรับนักลงทุนหน้าใหม่ควรเป็นนักลงทุนระยะยาวก่อน ถ้าจะเป็นนักเป็นกำไรควรมีประสบการณ์ก่อน
  5.   ซื้อหุ้นอย่างไร
    1. ต้องมีอีกบัญชีนึง ระหว่างบัญชีเจ้าหนี้กับบัญชีเจ้าของ ต้องเปิดพอร์ทหุ้น ง่ายที่สุดคือเข้า com กดคำว่าเปิดบัญชี และเลือก broker เลย ก็จะเข้าระบบการซื้อขายหุ้นได้ หรือไปสมัครเปิดบัญชีผ่านสาขาธนาคาร เตรียมเอกสารไปให้เรียบร้อย
  6.  ซื้อหุ้นอะไรดี
    1. ต้องไปศึกษาเพิ่มเติมผ่าน v investment academy ได้ โดยเลือกว่าหุ้นตัวนั้นต้องมีพื้นฐานที่ดี เป็นบริษัทที่มีกำไรและเงินปันผลระยะยาว ดูเวลาเกิดวิกฤติก็ดูการแก้ปัญหา บริษัทไม่มีหนี้เยอะ มีความสามารถในการทำกำไรสูง และมีธรรมาภิบาล เราจะเห็นศักยภาพของบริษัทได้เมื่อเห็นการปรับราคาสินค้า ปรับได้ทันที นั่นคือสัญญาณที่ดี หรืออีกทางเลือกคือการลงทุนผ่านดัชนี
  7.  ลงทุนหุ้นมีความเสี่ยงไหม
    1. ถ้าเลือกบริษัทที่ดีจริง ๆ ก็จะมีแนวโน้มปรับตัวได้ดีในระยะยาว อีกเรื่องหนึ่งคือการกระจายความเสี่ยง และถ้าเมื่อใดก็ตามที่ศักยภาพบริษัทดูแย่ลง ก็ขายและไปซื้อหุ้นตัวอื่น ความรู้ที่สูงจะช่วยลดความเสี่ยง และกระจายความเสี่ยง
  8.  เริ่มลงทุนหุ้นเมื่อไหร่ดี
    1. เร็วที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ แต่ต้องพยายามอย่ามีหนี้ อย่ากู้เงินมาลงทุนในหุ้น และอยากให้มีเงินฉุกเฉินเกิน 3-6 เดือน กันเงินสำหรับเรื่องสำคัญไว้ก่อน เป็นเงินเย็นที่ไม่จำเป็นต้องใช้ใน 5 ปีขึ้นไป และต้องมีความรู้มากพอ
  9.  เงินลงทุนเริ่มต้นควรจะมีเท่าไหร่
    1. แค่ห้าร้อยบาทจริง ๆ ก็เริ่มลงทุนได้แล้ว ตั้งใจศึกษามัน ไม่จำเป็นต้องมีเงินฝากธนาคารล้านนึงก็เปิดพอร์ทได้ อายุยี่สิบก็เปิดพอร์ทได้ ถ้าซื้อหุ้นรายตัวน้อยกว่าสองหมื่น อาจต้องเลือกโบรคเกอร์ที่คอมมิชชั่นถูกหน่อย
  10.  ควรลงทุนนานแค่ไหน
    1. การลงทุนในหุ้นเป็นการลงทุนชั่วชีวิต ไม่ว่าจะเป็นนักเก็งกำไรหรือนักลงทุนระยะยาว

 

นี่คือการตอบคำถาม 10 คำถามหลักเบื้องต้นเกี่ยวกับการลงทุนในหุ้นแบบกวี ชูกิจเกษม หากท่านสนใจสามารถศึกษาต่อได้ที่ Youtube Vee Investment Academy

 

ลงทุนศาสตร์ – Investerest

ติดตามบทความดีดีกดที่นี่เลย FACEBOOK , OFFICIAL LINE และ WEBSITE

 

พิเศษ! เข้ากลุ่มเรียนหุ้นออนไลน์ฟรีกับลงทุนศาสตร์แบบไม่มีเงื่อนไขได้ที่ : เรียนหุ้นฟรีกับลงทุนศาสตร์

 

อ้างอิง

https://youtu.be/mtTquy3Bilg

 

อัพเดทล่าสุดเมื่อ :

เกี่ยวกับผู้เขียน

ลงทุนศาสตร์

ผมเขียนบทความเกี่ยวกับการลงทุนตั้งแต่เบื้องต้น เหมาะสำหรับผู้ลงทุนหรือผู้ที่มีความสนใจที่จะลงทุนที่รักหรือมีทีท่าว่าจะรักในศาสตร์ของการลงทุนเหมือนกัน