การลงทุน

Best & Co letters to stakeholders 2016

ปีนี้ถือเป็นปีแรกที่ดีสำหรับ Best & Co

 

Best & Co ได้ถือกำเนิดขึ้นครั้งแรกในช่วงต้นปี 2016 ด้วยมูลค่าหน่วย 10.00 บาท นั่นจึงเปรียบเสมือนปี 2016 เป็นปีแรกเต็มปีสำหรับการลงทุนของ Best & Co ซึ่งถือว่าให้ผลตอบแทนได้ดีในระดับที่น่าประทับใจทีเดียว

 

ณ สิ้นปี 2016 มูลค่าหน่วยของ Best & Co อยู่ที่ 17.474 บาท หรือคิดเป็นผลตอบแทนจากต้นปีที่ +74.74% เมื่อเทียบกับผลตอบแทนรวมของตลาดที่ +22.77% คิดเป็นผลตอบแทนชนะตลาดที่ +51.97%

 

ถึงแม้ว่าผลตอบแทนของ Best & Co จะค่อนข้างสูงในปีนี้ แต่นโยบายของเรายังคงเหมือนเดิมคือการพยายามสร้างกำไรสูงสุดในช่วงความเสี่ยงที่ยอมรับได้ โดยเราคำนึงถึงผลประกอบการระยะยาวมากกว่าการเติบโตระยะสั้นเสมอ

 

ในช่วงต้นปีเราถือหุ้นรวมอยู่ประมาณ 20 ตัว

 

ซึ่งถือว่าช่วงเวลาดังกล่าวการลงทุนมีการกระจายความเสี่ยงไปค่อนข้างมาก แต่โดยภาพรวมของเราก็ยังให้ผลตอบแทนที่ดีโดยหุ้นส่วนใหญ่ของเรามีผลประกอบการที่ยอดเยี่ยมและให้ผลตอบแทนชนะตลาด แม้ในขณะที่ตลาดเป็นขาขึ้นอย่างรุนแรง

 

ในช่วงกลางปี เรามีมุมมองใหม่ในการลงทุนหลายด้าน อย่างแรกคือเรามีมุมมองที่จะโฟกัสการลงทุนโดยถือหุ้นน้อยลง เนื่องจากเราค้นพบว่าหุ้นหลายตัวในพอร์ตที่เรารู้ว่าดีนั้นให้ผลตอบแทนที่ดีกว่าหุ้นในพอร์ตตัวที่ดีน้อยกว่า ดังนั้น เราจึงมีมุมมองว่าเราควรจะเลือกถือแต่หุ้นที่เรารู้ว่าดีมาก ถึงแม้จะมีจำนวนตัวไม่มากก็ตาม

 

หลังจากนั้นไม่นาน เราพบว่ามีผู้บริหารคนหนึ่งของกิจการในพอร์ตของเรามีท่าทางการบริหารธุรกิจไม่โปร่งใส เราจึงตัดสินใจขายหุ้นนั้นแม้จะรู้ว่าระดับหุ้นที่ซื้อขายกันอยู่นั้นมีราคาถูกกว่ามูลค่าก็ตาม ส่วนหนึ่งเราเชื่อว่าหุ้นที่ผู้บริหารไม่ดีนั้นอันตรายเกินกว่าจะถือ แม้ว่ามันจะราคาถูกมากก็ตาม

 

เราถือเงินสดเป็นจำนวนมากอยู่ช่วงหนึ่งก่อนจะพบว่าเราค้นพบหุ้นใหม่ที่อยู่ในอุตสาหกรรมที่แตกต่างแต่น่าสนใจ โชคดีของเราคือเราค้นพบหุ้นนี้ที่ราคาถูกมาก ในขณะที่บริษัทมีการเติบโตสูงมาก เราจึงตัดสินใจลงทุนในหุ้นตัวนี้ตัวเดียวในปริมาณที่สูงมากของพอร์ต และโชคเป็นของเรา เพราะหุ้นนี้ให้ผลตอบแทนเราหลายร้อยเปอร์เซ็นต์

 

ช่วงปลายปีเป็นอีกช่วงหนึ่งที่ผ่านไปอย่างยากลำบาก เนื่องจากสถานการณ์ตลาดที่ผันผวนเป็นอย่างมาก ถึงแม้ว่า Best & Co จะถือหุ้นแข็งแกร่งอยู่เป็นจำนวนมาก แต่หุ้นที่ถืออยู่ตัวหนึ่งของเราก็แสดงอาการไม่ดีออกมา เนื่องจากเราพิจารณาถึงภาระหนี้ที่สูงเกินไป และบริษัทยังมีความแน่นอนหลายอย่างในการบริหารจนเราเริ่มมองหาการลงทุนใหม่

 

เราเจอหุ้นที่น่าสนใจตัวหนึ่ง แต่เห็นได้ชัดว่าหุ้นตัวนี้เป็นหุ้นที่จะไม่ใช่หุ้นที่เติบโตอย่างหวือหวาอย่างที่เราถืออยู่ แต่ในระยะยาว หุ้นตัวใหม่นี้แสดงแนวโน้มแข็งแกร่งกว่าหุ้นที่เรามีอย่างมาก

 

เราตัดสินใจขายหุ้นตัวเก่าทิ้งและเข้าซื้อหุ้นตัวใหม่ ด้วยความเชื่อที่จะให้ความสำคัญกับผลประกอบการระยะยาวมากกว่าการเติบโตของกำไรในระยะสั้น ในระยะแรกถือว่าเราต้องใช้ทัศนคติที่ดีในการผ่านไป เนื่องจากหุ้นตัวเก่าที่เราขายไปให้ผลตอบแทนสูงมาก ในขณะที่หุ้นใหม่ที่เราถืออยู่นั้นนิ่งตามแนวโน้มในระยะยาวของมัน

 

โชคดีที่สุดท้ายตลาดเหมือนจะอยู่ข้างเรา เพราะหุ้นตัวเก่าที่เราขายกลับมายืนที่เก่า ในขณะที่หุ้นใหม่ที่เราซื้อให้ผลตอบแทนกว่า +75% กับเราในช่วงเวลาไม่นาน ดูเหมือนตลาดจะปลอบใจเราในครั้งนี้

 

สุดท้ายในช่วงปลายปี เราค้นพบการลงทุนในกิจการใหม่ที่น่าสนใจ แต่โชคไม่ดีที่หุ้นเก่าที่เราถือมีความแข็งแกร่งมาก จนเราพิจารณาไม่ได้ที่จะขายหุ้นตัวใดตัวหนึ่งออกไปเลย เราจึงตัดสินใจถือหุ้นตัวนั้นในปริมาณเงินสดเท่าที่เรามีอยู่ประมาณ 3% และถือหุ้น 100% ข้ามศักราชใหม่มา

 

ถึงแม้ว่าหุ้นน้องใหม่ของเราจะยังไม่สร้างผลตอบแทนที่ดีนักกับพอร์ตของเรา แต่เราก็มั่นใจว่าหุ้นตัวนี้จะเป็นกิจการที่ยิ่งใหญ่ได้ในอนาคต

 

หุ้น 8 ตัวที่เราเหลือถืออยู่ในปัจจุบันนี้มีความแข็งแกร่งและเติบโตได้ดีมากจนเราพึงพอใจ ถึงแม้ว่าหลายตัวที่ถือมานานมาก แต่เราก็ยังไม่เห็นแนวโน้มการเติบโตที่ลดลงเราจึงยืนยันที่จะถือต่อไป และหากไม่มีเงินสดก้อนใหม่เข้ามา ปีนี้เราน่าจะมีการปรับพอร์ตน้อยมาก เพราะ Best & Co ตอนนี้ถือว่ามีความแข็งแกร่งอยู่ในระดับที่เราพึงพอใจมาก

 

ถึงแม้ว่าปีนี้จะมีหุ้นที่ให้ผลตอบแทนสูงมากหลายต่อหลายตัว แต่เราก็ยังยืนยันเสมอที่จะลงทุนอยู่ในขอบเขตที่เราเชี่ยวชาญ ได้เปรียบ และมีความเสี่ยงไม่มากเท่านั้น ดังนั้น ผลตอบแทนของ Best & Co อาจจะไม่สูงมากอย่างที่นักลงทุนระดับเซียนหลายคนทำได้ แต่ด้วยขนาดพอร์ตการลงทุน ภาพระยะยาว และความเสี่ยงที่เราพร้อมจะรับ เรามองว่าผลตอบแทนระดับนี้สูงแล้วสำหรับเรา แต่อย่างไรก็ตาม เราก็ยังโชคดีได้เจอหุ้นที่ให้ผลตอบแทนมากกว่า 100% ทั้งหมดประมาณ 5 ตัว และหุ้นที่ให้ผลตอบแทนมากกว่า 250% ทั้งหมด 3 ตัว ถึงแม้ว่าเราจะทยอยซื้อลงทุนเพิ่มจนต้นทุนสูงขึ้นก็ตาม

 

   เรามองภาพไกลเสมอ


ปรัชญาของ Best & Co มองถึงการลงทุนระยะยาวเป็นหลัก โดยเรามุ่งมั่นว่าจะอยู่รอดในตลาดไปให้ได้อย่างน้อย 10 ปี และมีเป้าหมายสูงสุดอยู่ที่ 60 ปี ดังนั้น โปรดจงเชื่อมั่นว่าทุกการกระทำของเรามีเหตุผลรองรับเสมอ และเราหลีกเลี่ยงการเก็งกำไรระยะสั้นซึ่งมักจะมีความเสี่ยงกับเงินต้นของเราในระยะยาว


มุมมองในปีหน้าของเราจะยังคงเน้นไปที่กลยุทธ์เดิม คือลงทุนในธุรกิจที่เติบโตสูง ซึ่งมีพื้นฐานธุรกิจที่ดี และมีราคาที่เหมาะสม


เราอยากจะให้ผู้ถือหน่วย Best & Co มองว่าผลตอบแทนระดับนี้ในปีนี้เป็นเพียงความบังเอิญเท่านั้น และขอให้ตั้งเป้าหมายผลกำไรในปีต่อไปเพียงชนะตลาดหรือ 10% ต่อปี


เราปฏิเสธที่จะแข่งขันในเกมระยะสั้นเสมอ เพราะเรารู้ว่าเราไม่มีความได้เปรียบใดๆ ในช่วงเวลาเหล่านี้ แต่เรายินดีที่ลงแข่งขันในระยะยาว เพราะเราเชื่อมั่นว่าทัศนคติที่ชัดเจนต่อการลงทุนในหุ้นนั้นถือเป็นจุดแข็งของ Best & Co ตลอดมา


โปรดจงเชื่อใจว่าในระยะยาวแล้ว การลงทุนใน Best & Co จะไม่ใช่การตัดสินใจที่ผิดพลาดอย่างแน่นอน


ผู้บริหาร Best & Co
Best & Co letters to stakeholders 2016

 

 

อัพเดทล่าสุดเมื่อ :

เกี่ยวกับผู้เขียน

ลงทุนศาสตร์

ผมเขียนบทความเกี่ยวกับการลงทุนตั้งแต่เบื้องต้น เหมาะสำหรับผู้ลงทุนหรือผู้ที่มีความสนใจที่จะลงทุนที่รักหรือมีทีท่าว่าจะรักในศาสตร์ของการลงทุนเหมือนกัน