การลงทุน

ขายเอาเงินต้นคืนเก็บไว้แต่กำไร …ดีไหม?

ขายเงินต้นคืนเก็บไว้แต่กำไร

หากใครอยู่ในตลาดหุ้นมาสักพักหนึ่งจะต้องเคยได้ยินกลยุทธ์แบบหนึ่งคือ “ ขายเงินต้นคืนเก็บไว้แต่กำไร ” คือพอหุ้นมีกำไรก็ขายหุ้นด้วยจำนวนที่เท่าทุนออกมาเพื่อรักษาเงินต้นไว้ ส่วนที่เป็นกำไรก็ปล่อยไว้ในพอร์ตต่อไป จะขึ้นจะลงก็ไม่เครียดเพราะได้ทุนคืนแล้ว

 

เช่น หุ้นตัวหนึ่งต้นทุน 10 บาท อยู่มาวันหนึ่งราคาขึ้นไป 20 บาท จึงขายออกมาครึ่งหนึ่งคือ 10 บาท เอาเงินต้นคืน ส่วนที่เหลือ 10 บาทก็ปล่อยทิ้งไว้ในพอร์ต

 

ขายเอาเงินต้นคืนเก็บไว้แต่กำไร คือ กับดักในจิตวิทยาการลงทุนประเภทหนึ่ง

 

อคตินั้นก็คือ Mental Accounting หรือ “บัญชีในใจ” โดยอคตินี้พูดถึงการที่มนุษย์ใช้ความคิดแบ่งเงินในสมองเป็นก้อนๆ และตีมูลค่าของเงินแต่ละก้อนไม่เท่ากัน ทั้งที่ความจริง เงินแต่ละก้อนมีมูลค่าไม่ต่างกัน ความแตกต่างกันที่เกิดขึ้นเกิดจากความคิดไปเองของเราล้วนๆ

 

เช่น เงิน 10,000 บาทที่ได้จากเงินเดือน เราจะใช้อย่างทะนุถนอม เพราะรู้สึกว่าหามาได้ยาก ในขณะที่เงิน 10,000 บาทที่ได้มาจากเงินคืนภาษีกลับใช้จ่ายสุรุ่ยสุร่าย เพราะคิดว่าได้มาฟรี ทั้งที่เงินทั้งสองก้อนก็เป็นเงินเหมือนกัน มีมูลค่าเท่ากัน

 

เมื่อเอาอคตินี้มาใช้ในการลงทุนก็จะเป็นปัญหาเช่นกัน

 

ยกตัวอย่างเช่นกลยุทธ์ขายเอาเงินต้นเก็บไว้แต่กำไร วิธีคิดดังกล่าวแสดงว่าเราตีมูลค่าของเงินต้นกับผลกำไรไว้ไม่เท่ากัน เพราะเราอยากรักษาเงินต้นไว้ แต่ผลกำไรปล่อยให้รับความเสี่ยงได้ ทั้งที่ความจริงก็เป็นเงินเหมือนกัน แบบนี้แปลว่าเกิด Mental Accounting เกิดขึ้นแล้ว

 

เหตุผลที่ไม่ควรขายเอาเงินต้นเก็บไว้แต่กำไร เพราะมันเป็นการตัดสินใจที่จำกัดผลกำไร แต่ไม่จำกัดผลขาดทุน

 

อ้าว ทำไมไม่จำกัดขาดทุนหละ ก็เราอุตส่าห์ขายและเก็บเงินต้นไว้ให้ปลอดภัยแล้วนี่?!

 

คำตอบคือในชีวิตจริง เราไม่ได้เก็บเงินต้นไว้เฉยๆ เสียหน่อย สุดท้ายเราก็ต้องนำไปลงทุนต่อในสินทรัพย์อื่นอยู่ดี คิดภาพว่าเราขายเอาเงินต้นออกมา เราก็ต้องไปหาหุ้นตัวอื่นซื้ออยู่ดี เราไม่ได้เอาเงินสดแช่ไว้ในบัญชีเฉยๆ หรอก ผิดวิสัยนักลงทุนมากๆ

 

แปลว่า ถ้าหุ้นขึ้น เราจะรีบขายเอาทุนออก เก็บผลกำไรไว้ ทำให้ถ้าหุ้นขึ้นไปต่อ เราจะไม่สามารถได้รับผลกำไรอย่างเต็มเม็ดเต็มหน่วย เพราะเราขายหุ้นออกไปส่วนหนึ่งแล้ว ในขณะที่กลับกัน หากหุ้นลง เรากลับต้องรับขาดทุนไปเต็มๆ เพราะเราไม่สามารถขายเอาทุนออก เก็บไว้แต่ขาดทุนได้ (ฮา)

 

ลองคิดดูว่าถ้าเราใช้กลยุทธ์นี้อย่างเคร่งครัด พอร์ตเราจะเกิดอะไรขึ้น

 

คำตอบคือพอร์ตเราจะมีแต่ดอยนั่นเอง เพราะตัวไหนกำไร เราขายเอาทุนออกหมด ตัวไหนขาดทุนเราเก็บไว้ แบบนี้จะเรียกว่า Cut Profit and Let Loss Run ก็คงไม่ผิดนัก

 

แบบนี้ควรทำไงดี?

 

คำตอบคือควรตัดสินใจพิจารณาจากมูลค่าพื้นฐานของกิจการเป็นหลัก ถ้าราคายังต่ำกว่ามูลค่าอยู่ก็ถือต่อไป ถึงแม้ว่าหุ้นจะขึ้นมามาก แต่ถ้าราคาสูงกว่ามูลค่าพื้นฐานก็ขาย ถึงแม้ว่าจะดอยและขาดทุนอยู่ก็ตาม

 

อย่าลืมว่าเงินทุกก้อนมีมูลค่าเท่ากัน
ไม่ว่าจะเงินต้นหรือกำไรก็คือเงินของเราทั้งสิ้น
เราต้องพยายามปกป้องมันเป็นอย่างดี

 

ลงทุนศาสตร์ – Investerest

ติดตามบทความดีดีกดที่นี่เลย FACEBOOK , OFFICIAL LINE และ WEBSITE

 

พิเศษ! เข้ากลุ่มเรียนหุ้นออนไลน์ฟรีกับลงทุนศาสตร์แบบไม่มีเงื่อนไขได้ที่ : เรียนหุ้นฟรีกับลงทุนศาสตร์

 

อัพเดทล่าสุดเมื่อ :

เกี่ยวกับผู้เขียน

ลงทุนศาสตร์

ผมเขียนบทความเกี่ยวกับการลงทุนตั้งแต่เบื้องต้น เหมาะสำหรับผู้ลงทุนหรือผู้ที่มีความสนใจที่จะลงทุนที่รักหรือมีทีท่าว่าจะรักในศาสตร์ของการลงทุนเหมือนกัน