การลงทุน

การลงทุนกับอุตสาหกรรมยา

การลงทุนกับอุตสาหกรรมยา

การลงทุนกับอุตสาหกรรมยา

 

อุตสาหกรรมยา มียอดขายทั่วโลกเกือบ 1.5 ล้านล้านดอลลาร์ฯ ต่อปี ซึ่งนอกเหนือไปจากข้อดีในภาคการดูแลสุขภาพสำหรับผู้คนทั่วโลกแล้วนั้น อุตสาหกรรมยา ยังเปิดโอกาสให้กับนักลงทุนอีกด้วย โดยหุ้นยาบางตัวให้เงินปันผล ในขณะที่หุ้นยาบางตัวก็มีศักยภาพในการเติบโตอย่างมีนัยสําคัญ

 

อุตสาหกรรมยานั้น เมื่อเราลงลึกลงไป จะพบภาคส่วนย่อยหลายส่วน แต่หลัก ๆ จะเป็นยาและเทคโนโลยีชีวภาพ สิ่งสําคัญ คือผู้ลงทุนต้องทราบความแตกต่างระหว่าง หุ้นยา (pharmaceutical stocks) และหุ้นเทคโนโลยีชีวภาพ (Biotech Stocks)

 

“ยา” ไม่ว่าจะเป็นแบบเม็ดหรือน้ำ มักผลิตจากสารเคมีสังเคราะห์หรือจากพืช เนื่องจากมีขนาดเล็กและกระบวนการผลิตง่ายไม่ซับซ้อน จึงสามารถผลิตได้ปริมาณมากต่อครั้ง โดยปรกติแล้วเมื่อสูตรการผลิตได้รับการอนุมัติก็จะมีสิทธิบัตรหรือการผูกขาดตลาดรวมอยู่ด้วย ซึ่งหมายความว่า มีเพียงบริษัทที่พัฒนายารายแรกเท่านั้นที่จะสามารถผลิตและจัดจําหน่ายได้ แต่เมื่อสิทธิบัตรหรือการผูกขาดสิ้นสุดลง บริษัทอื่น ๆ ก็จะสามารถสร้างรูปแบบยาชนิดเดียวกัน และอาจมีราคาที่ต่ำกว่าออกสู่ตลาด ทำให้เกิดการแข่งขันและชิงส่วนแบ่งทางการตลาด ซึ่งสิ่งนี้สามารถนําไปสู่การสูญเสียมูลค่าหุ้นได้ จึงนับว่าเป็นหนึ่งในปัจจัยสำคัญที่นักลงทุนต้องคำนึงถึง

 

ในขณะเดียวกันเวชภัณฑ์ที่มาจาก “เทคโนโลยีชีวภาพ” จะเป็นผลิตภัณฑ์ประเภทวัคซีน มีความซับซ้อนในการผลิตมากกว่า และสามารถผลิตได้จำนวนจำกัด ซึ่งเป็นสาเหตุที่ทำให้มีราคาแพง นอกจากนี้ยังมีข้อจํากัดในการจัดจําหน่ายที่เข้มงวดกว่ายาทั่วไป หากคู่แข่งสร้างผลิตภัณฑ์ที่คล้ายคลึงกันจะเรียกว่าไบโอซิมิลาร์ (biosimilar)  ไบโอซิมิลาร์ไม่สามารถใช้แทนกันได้ จึงไม่มีสต็อกแบบเดียวกับยาสามัญทั่วไป ซึ่งปัจจัยเหล่านี้ทำให้บริษัทผู้ผลิตรายอื่นเข้าถึงพื้นที่ส่วนแบ่งทางการตลาดได้ยาก

 

โดยทั่วไปแล้วนักลงทุนควรประเมิน ” pipeline” ของบริษัทว่ามีความมั่งคนและน่าเชื่อถือแค่ไหน ตั้งแต่การพัฒนาและขั้นตอนต่าง ๆ ของการทดสอบทางคลินิก กำลังการผลิตยาที่บริษัทสามารถผลิตได้ และความสำเร็จในการนำยาออกสู่ตลาด ซึ่งปัจจัยทั้งหมดมีผลต่อความน่าเชื่อถือในการลงทุน ซึ่งโดยเฉลี่ยแล้วยา 1 ตัวต้องใช้ขั้นตอนต่าง ๆ ในการวิจัยและพัฒนา (R&D) อย่างน้อย 10 ปีและใช้เงินราว 2.6 พันล้านดอลลาร์ฯ ก่อนที่จะนำออกสู่ตลาดได้ และหนึ่งในสาเหตุหลักที่อาจทำให้ “pipeline” ของบริษัทเกิดการชะงัก นั้นคือขั้นตอนการได้รับอนุญาตจาก องค์การอาหารและยา (FDA) ผ่านข้อบังคับ กฎเกณฑ์ และแนวทางที่เข้มงวด ในการกำกับดูแลเพื่อปกป้องผู้บริโภคจากผลข้างเคียงที่ไม่คาดคิดของยา

 

หุ้นกลุ่มยามีความเสี่ยง และนักลงทุนควรศึกษาข้อมูลแต่ละบริษัทก่อนที่จะซื้อหุ้น ด้วยศักยภาพมากมายในวงการเภสัชกรรม จึงเป็นเรื่องยากที่จะสํารวจและค้นหาว่าหุ้นยาตัวไหนคือการลงทุนที่ดีจริง ๆ แม้จะมีการลงทุนหลายพันล้านดอลลาร์ในการวิจัยทางการแพทย์ และยาในแต่ละปีแต่ก็ไม่ใช่ทุกบริษัทที่จะประสบความสำเร็จ ซึ่งเป็นหนึ่งในข้อควรระวังสำหรับนักลงทุน

 

ลงทุนศาสตร์ – Investerest

ติดตามบทความดีดีกดที่นี่เลย FACEBOOK , และ WEBSITE

 

https://www.investopedia.com/articles/06/drugmarket.asp
https://www.ourcrowd.com/investment-themes/pharmaceuticals
https://www.sofi.com/learn/content/investing-in-pharmaceutical-stocks/

 

อัพเดทล่าสุดเมื่อ :

เกี่ยวกับผู้เขียน

ลงทุนศาสตร์

ผมเขียนบทความเกี่ยวกับการลงทุนตั้งแต่เบื้องต้น เหมาะสำหรับผู้ลงทุนหรือผู้ที่มีความสนใจที่จะลงทุนที่รักหรือมีทีท่าว่าจะรักในศาสตร์ของการลงทุนเหมือนกัน