การลงทุน

BYD หุ้นจีนที่บัฟเฟตถือ

BYD หุ้นจีนที่บัฟเฟตถือ

บัฟเฟตเป็นคนที่ “โปร” อเมริกาเป็นอย่างมาก แต่ใครจะรู้ว่าบัฟเฟตเองก็ปันใจให้จีนเหมือนกันและ BYD หุ้นจีนที่บัฟเฟตถือ ก็สร้างผลตอบแทนให้เขาอย่างมาก

 

หากติดตามบทสัมภาษณ์หลายต่อหลายครั้งของบัฟเฟตจะพบว่า บัฟเฟตมีมุมมองเชิงบวกต่อสภาพเศรษฐกิจของสหรัฐเสมอ ถึงแม้ว่าสหรัฐจะผ่านช่วงเวลาที่เศรษฐกิจเติบโตอย่างรุนแรงไปนานมากแล้วจนปัจจุบัน GDP ของสหรัฐโตอยู่แถว 2% กว่า แต่วอร์เรน บัฟเฟต มหาเศรษฐีนักลงทุนอันดับหนึ่งของโลกก็ยังมั่นใจในเศรษฐกิจสหรับเสมอ เห็นได้จากคำพูดหลายครั้งของบัฟเฟต เช่น “ไม่ว่าใครได้เป็นประธานาธิปดี เศรษฐกิจสหรัฐก็จะยังดีแน่นอน” หรือ “อีก 100 ปี ดัชนีดาวน์โจนส์ของสหรัฐจะทะลุ 1,000,000 จุด” เป็นต้น

 

แต่บัฟเฟตมีการลงทุนขนาดใหญ่ในต่างประเทศด้วย และหุ้นตัวนั้นที่บัฟเฟตเลือกคือ “หุ้นจีน”

 

จากจดหมายจดหมายถึงผู้ถือหุ้น Berkshire Hathaway ปี 2017 บัฟเฟตได้เปิดเผยสถานะการลงทุนสูงสุด 15 อันดับของบริษัทและแสดงให้เห็นว่าใน 15 อันดับแรกของการลงทุนของบัฟเฟต มีบริษัทต่างประเทศเพียงประเทศเดียวที่เขาเลือก นั่นคือ BYD หุ้นจากประเทศจีน ซึ่งเขาถือครองอยู่กว่าเป็นมูลค่า 1,961 ล้านเหรียญสหรัฐ หรือประมาณ 60,000 ล้านบาทไทย เทียบเท่าเป็นการลงทุนอันดับ 14 ของบริษัท

 

BYD ก่อตั้งในปี 1995 และมีสำนักงานใหญ่อยู่ที่เสินเจิ้น ประเทศจีน บริษัทแบ่งสายธุรกิจออกเป็น 3 ด้านหลัก ได้แก่ (1) ธุรกิจ rechargeable battery และ photovoltaic ซึ่งเป็นหนึ่งในซัพพลายเชนของธุรกิจรถยนต์ไฟฟ้า และธุรกิจพลังงานสะอาดจากแสงอาทิตย์ (2) ธุรกิจชิ้นส่วนโทรศัพท์มือถือ ซึ่งถือเป็นอุตสาหกรรมที่เติบโตอย่างมากหลังจากการเกิดขึ้นของสมาร์ทโฟน และ (3) ธุรกิจชิ้นส่วนยานยนต์ ซึ่ง BYD ถือเป็นผู้เชี่ยวชาญและครองตลาดรถยนต์ไฟฟ้าในประเทศจีน และนอกจากทำการผลิตแล้ว บริษัทยังทำธุรกิจที่เกี่ยวข้องอย่างอื่นอีกด้วย เช่น การเช่ารถยนต์ การซ่อมบำรุงรถยนต์ไฟฟ้า รวมไปถึงธุรกิจแท็กซี่รถยนต์ไฟฟ้า

 

บัฟเฟตเริ่มลงทุนใน BYD ในช่วงวิกฤตแฮมเบอร์เกอร์

 

ในปี 2008 บริษัท MidAmerican Energy ภายใต้การควบคุมของ Berkshire Hathaway ของบัฟเฟตได้ประกาศการลงทุนเป็นจำนวนเงิน 230 ล้านเหรียญสหรัฐในหุ้น BYD ของประเทศจีนที่ราคาหุ้นละ 8 เหรียญฮ่องกง ในยุคนั้น กระแสรถยนต์ไฟฟ้าถือว่ายังไม่เป็นที่พูดถึงในวงกว้างเท่าในยุคนี้ BYD ถือเป็นผู้ริเริ่มและบุกตลาดแบตเตอรี่จากลิเทียมอย่างจริงจัง จนในที่สุด BYD ได้ขึ้นแท่นเป็นผู้ผลิตและจำหน่ายรถยนต์ไฟฟ้าที่ใหญ่ที่สุดในประเทศจีน

 

ปัจจุบันราคาหุ้น BYD อยู่ที่ 72.00 เหรียญฮ่องกง (ราคาปิดวันที่ 1 มีนาคม 2018) หรือเทียบเท่าเป็นกำไร 800.00% ของบัฟเฟตในช่วงเวลา 9 ปีครึ่ง ถือเป็นผลตอบแทน 26.02% ทบต้นของ Berkshire Hathaway คิดเป็นมูลค่ากำไร 2,070 ล้านเหรียญสหรัฐ หรือประมาณ 66,240 ล้านบาทไทยในเวลาเกือบ 10 ปี

 

ผลตอบแทนระดับนี้ถือว่าสูงมากหากเทียบกับขนาดเงินมหาศาลที่มักจะหาหุ้นลงทุนได้ยากยิ่ง

 

กล่าวกันว่านี่เป็นการลงทุนอีกหนึ่งครั้งที่ดีที่สุดของวอร์เรน บัฟเฟตที่ได้รับคำแนะนำจากชาลี มังเกอร์ ชายอันดับสองที่อยู่เบื้องหลังบัลลังก์ของอาณาจักร Berkshire Hathaway

 

ลงทุนศาสตร์ – Investerest

ติดตามบทความดีดีกดที่นี่เลย FACEBOOK , OFFICIAL LINE และ WEBSITE

 

พิเศษ! เข้ากลุ่มเรียนหุ้นออนไลน์ฟรีกับลงทุนศาสตร์แบบไม่มีเงื่อนไขได้ที่ : เรียนหุ้นฟรีกับลงทุนศาสตร์

อัพเดทล่าสุดเมื่อ :

เกี่ยวกับผู้เขียน

ลงทุนศาสตร์

ผมเขียนบทความเกี่ยวกับการลงทุนตั้งแต่เบื้องต้น เหมาะสำหรับผู้ลงทุนหรือผู้ที่มีความสนใจที่จะลงทุนที่รักหรือมีทีท่าว่าจะรักในศาสตร์ของการลงทุนเหมือนกัน