การลงทุน

สโนว JMART กับบริษัทย่อยทั้งเจ็ด

JMART

หากพูดถึงบริษัทขนาดกลางในตลาดหุ้นไทยที่มีโครงสร้างซับซ้อนและหลากหลาย JMART หรือบริษัท เจ มาร์ท จำกัด (มหาชน) ต้องเป็นชื่อที่ผุดขึ้นมาในหัวนักลงทุนแน่ๆ วันนี้ลงทุนศาสตร์จึงพาไปทำความรู้จักกับอาณาจักร JMART กัน เผื่อหลายคนจะยังไม่รู้ว่าเจมาร์ทนั้นไม่ได้ขายแต่โทรศัพท์มือถือ

 

JMART มีบริษัทหลักอยู่ในเครือทั้งหมด 7 บริษัทด้วยกัน

 

1 Jaymart mobile

บริษัทดำเนินธุรกิจเกี่ยวกับจัดจำหน่ายโทรศัพท์เคลื่อนที่และอุปกรณ์ที่เกี่ยวข้อง ทั้งค้าปลีกและค้าส่ง โดยในปี 2018 มีรายได้มาจากค้าปลีก 76% และค้าส่ง 24% ในส่วนของสาขาประกอบไปด้วยชื่อร้าน JMART 155 สาขา ร้าน Jaycamera ที่ประกอบธุรกิจขายกล้องอีก 13 สาขา (ลองอ่านเปรียบเทียบข้อมูลร้านค้าปลีกกล้องเพิ่มเติมได้ที่ : BIG camera กับ WORLD camera ใครใหญ่กว่ากัน?) ร้าน smartphone 13 สาขา ร้าน brand shop 24 สาขา ร้าน AIS shop 8 สาขา และร้าน Singer/The Mall 192 สาขา รวมทั้งหมด 402 สาขา เจมาร์ทถือหุ้นในบริษัท 99.99% ของบริษัทถือว่าเป็นบริษัทย่อยที่เป็นแกนในการทำธุรกิจของเครือในปัจจุบัน

 

2 JMT networt services

บริษัทดำเนินธุรกิจเกี่ยวกับการติดตามหนี้ บริหารหนี้ด้อยคุณภาพ และให้บริการสินเชื่อลิสซิ่งสินเชื่อรายย่อย โดยบริษัทจะซื้อหนี้ด้อยคุณภาพมาในราคาถูกและติดตามหนี้เพื่อเก็บหนี้กลับมาให้ได้ ปัจจุบัน JMT ถือเป็นบริษัทย่อยที่สร้างกำไรให้กับกลุ่มเป็นหลัก ถึงแม้ว่าปัจจุบัน เจมาร์ทจะถือ JMT อยู่เพียง 55.88% แต่ JMT สร้างกำไรให้กับกลุ่ม สูงถึง 58% ของกำไรกลุ่มบริษัทรวม มากกว่า Jaymart mobile ที่สร้างผลกำไรเพียง 48% ถึงแม้ว่าจะสร้างรายได้รวมให้กับกลุ่มบริษัทรวมถึง 81%

 

3 Jas asset

บริษัทดำเนินธุรกิจเกี่ยวกับการบริหารพื้นที่เช่าในส่วนของธุรกิจมือถือและศูนย์การค้าแบบคอมมูนิตี้มอลล์ โดยส่วนงานบริษัทพื้นที่เช่าธุรกิจมือถือ บริษัทจะเช่าพื้นที่จากศูนย์การค้าอย่างเซ็นทรัล บิ๊กซี และมาจัดสรรให้ผู้อื่นเช่าต่อในชื่อ IT Junction รวมพื้นที่เช่ากว่า 10,000 ตารางเมตร ส่วนธุรกิจคอมมูนิตี้มอลล์มีทั้งหมด 3 แห่งด้วยกัน ได้แก่ The Jas วังหิน The Jas รามอินทรา และ The JAS Urban รวมพื้นที่บริหารกว่า 30,000 ตารางเมตร เจมาร์ทถือหุ้น J อยู่ 67.5% และในปี 2017 บริษัท J มีผลกำไรสุทธิอยู่ที่ 6.38 ล้านบาท คิดเป็นอัตรากำไรสุทธิที่ 0.84%

 

4 SINGER

ซิงเกอร์ทำธุรกิจจำหน่ายผลิตภัณฑ์ภายใต้เครื่องหมายสินค้า ซิงเกอร์ เช่น จักรเย็บผ้า เครื่องใช้ไฟฟ้าภายในบ้าน นอกจากนี้ยังจำหน่ายสินค้าอื่น เช่น เครื่องมือและอุปกรณ์ทางการเกษตร ตู้เติมเงินโทรศัพท์มือถือออนไลน์ ตู้เติมน้ำมันแบบหยอดเหรียญ และเครื่องทำน้ำหวานเกล็ดหิมะ โดยเน้นการขายแบบเช่าซื้อมากกว่า 80% ของอดขาดรวม เจมาร์ทถือหุ้นอยู่ 25% แต่ถือว่า SINGER เป็นบริษัทย่อยเพราะเจมาร์ทนั้นมีอำนาจในการบริหารและควบคุมเป็นส่วนมากของบริษัทอย่างมีสาระสำคัญ  ปี 2017 ซิงเกอร์มีผลขาดทุนอยู่ที่ 9.76 ล้านบาทจากยอดขาย 1,581.65 ล้านบาท

 

5 J fintech

เจฟินเทค ทำธุรกิจเกี่ยวกับการให้บริการสินเชื่อลิสซิ่งและสินเชื่อรายย่อย โดยถือหุ้นอยู่ในอัตราส่วน 95.6% ภาพรวมของเจฟินเทคมีการเติบโตของยอดหนี้ที่ดี ในปี 2015 – 2017 บริษัทมียอดหนี้อยู่ที่ 633 2,209 3,258 ล้านบาทตามลำดับ แต่ภาพรวมของธุรกิจยังมีผลขาดทุน โดยในปี 2015 – 2017 บริษัทมีผลขาดทุนอยู่ที่ 8 150 และ 48 ล้านบาทตามลำดับ

 

6 J ventures

เจมาร์ทถือหุ้นบริษัทอยู่ในสัดส่วน 80.0% โดยบริษัททำธุรกิจเกี่ยวกับการลงทุนในฟินเทคและสตาร์ทอัพเป็นหลัก โดยล่าสุด บริษัทได้ประกาศระดมทุนผ่านสกุลเงินดิจิตัล (Initial Coin Offering: ICO) ในชื่อของ JFIN COIN เพื่อนำเงินไปพัฒนาระบบ digital lending platform (DLP) ซึ่งเป็นระบบการปล่อยกู้และกู้ยืมเงินผ่านแอพพลิเคชันออนไลน์ โดยผู้บริหารได้แจ้งว่าการนำ big data ที่มีมาใช้พัฒนาระบบการพิจารณาสินเชื่อจะช่วยลดอัตราหนี้ NPL ได้ถึง 15.22%

 

7 J capital

บริษัทที่จัดตั้งขึ้นด้วยทุนจดทะเบียน 81,000,000 บาท เพื่อดำเนินธุรกิจเกี่ยวกับการลงทุนในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ โดย JMART ถือหุ้นอยู่ในบริษัท 99.99% แต่ทางบริษัทแม่เองก็ยังไม่พูดหรืออธิบายเป้าหมายในการเติบโตของบริษัทย่อยนี้อย่างชัดเจนเท่าไหร่นัก

 

โดยภาพรวมแล้ว JMART ถือเป็น holding company ที่มีธุรกิจในเครือหลากหลายมาก ยิ่งเมื่อเทียบกับขนาดกิจการขนาดประมาณหนึ่งหมื่นล้านเศษแล้ว การมีบริษัทลูกถึง 7 บริษัทที่ทำธุรกิจค่อนข้างจะแตกแขยงแยกย่อยออกไปจากกัน ถือว่าเป็นความน่าสนใจอย่างหนึ่งเลยทีเดียว

 

บริษัทชูจุดเด่นว่าเครือบริษัทจะสานพลังผ่านการ Synergy กันและกัน นักลงทุนคงต้องมารอดูกันว่าบริษัทย่อยทั้งเจ็ดของพวกเขาจะร่วมไม้ร่วมมือกันสร้างผลกำไรให้สโนว JMART ได้อย่างงดงามขนาดไหน

 

ไฮโฮ ไฮโฮ ไฮโฮ !

 

ลงทุนศาสตร์ – Investerest

อัพเดทล่าสุดเมื่อ :

เกี่ยวกับผู้เขียน

ลงทุนศาสตร์

ผมเขียนบทความเกี่ยวกับการลงทุนตั้งแต่เบื้องต้น เหมาะสำหรับผู้ลงทุนหรือผู้ที่มีความสนใจที่จะลงทุนที่รักหรือมีทีท่าว่าจะรักในศาสตร์ของการลงทุนเหมือนกัน