การลงทุน

ย้อนอดีต Amazon จากฟองสบู่ดอทคอมสู่ หุ้น 1,000 เด้ง

หุ้น 1,000 เด้ง

ย้อนอดีต Amazon จากฟองสบู่ดอทคอมสู่ หุ้น 1,000 เด้ง

 

แอมะซอน อเมซอน อมาซอน หรือจะเรียกว่าอะไรก็แล้วแต่ นี่คือหนึ่งในบริษัทอีคอมเมอร์ซที่ใหญ่ที่สุดในโลก ในปี 2018 ที่ผ่านมา บริษัทที่เป็นเจ้าของเว็บไซต์ Amazon.com แห่งนี้ มีรายได้สูงถึง 232,887 ล้านเหรียญและกำไรอีก 10,000 ล้านเหรียญ แม้จะมีอายุก่อตั้งมาประมาณ 20 ปี แต่ตัวเลขรายได้และกำไรของบริษัทนั้นอาจพอๆ กันหรือมากกว่าบริษัทอื่นที่ก่อตั้งมาเกือบร้อยปีซะอีก

 

แต่เชื่อหรือไม่ ครั้งหนึ่งบริษัทนี้ก็เคยเกือบเอาตังไม่รอดมาแล้วในช่วงปี 2000 ช่วงวิกฤตที่เปรียบได้กับพญามัจจุราชที่มาลงทัณฑ์บริษัทเทคโนโลยีทั้งหลาย นั่นคือวิกฤตฟองสบู่ดอทคอม

 

 

 

Amazon ก่อตั้งขึ้นโดยชายผู้ปราดเปรื่องนามว่า เจฟฟ์ เบซอส ในปี 1994 ที่เดิมทีนั้นเขาตั้งใจจะทำเว็บเพื่อขายหนังสือผ่านช่องทางออนไลน์เป็นหลัก แต่ดูเหมือนผู้คนจะชื่นชอบไอเดียนี้ เว็บ Amazon.com ขายของดีเป็นเทน้ำเทท่า ขายดีเสียจนอีกสามปีให้หลัง บริษัทก็ได้จดทะเบียนเข้าตลาดหุ้นสหรัฐโดยใช้ตัวย่อว่า AMZN และมีราคาเสนอขายในตอนแรกประมาณหุ้นละ 2 เหรียญ (ปรับการแตกหุ้นแล้ว)

 

สองปีหลังจากนั้น ราคาหุ้นปรับตัวเพิ่มขึ้น “นิดหน่อย” มาอยู่ที่ประมาณ 100 เหรียญ หรือคิดเป็นผลตอบแทนถึง 50 เท่า

 

ถ้าเป็นตลาดหุ้นไทย แค่มีหุ้นสักตัวที่ราคาขึ้นมาสัก 5 เท่า คนที่ถือหุ้นอยู่ก็แทบจะปิดซอยฉลองแล้ว ยิ่ง 10 เท่านี่อาจถึงขั้นปิดถนนอโศกเพื่อฉลอง แต่การที่เจอหุ้นขึ้น 50 เท่าในเวลาสั้นๆ ถ้าตลาดหลักทรัพย์มีบริการเหมาตึกเพื่อจัดงานเลี้ยงได้ คนที่ถือหุ้นซึ่งมีราคาเพิ่มขึ้นมา 50 เท่าก็คงเหมาตึกไปแล้ว

 

แต่นี่ไม่ใช่เรื่องแปลกเลยสำหรับตลาดหุ้นสหรัฐในช่วงที่เรียกว่า “ฟองสบู่ดอทคอม” ที่จะมีหุ้นเป็นโหลมีราคาปรับตัวเพิ่มขึ้น 50 หรือกระทั่ง 100 เท่า เพราะยุคนั้นใครๆ ก็รักอินเทอร์เน็ตและเชื่อว่ามันจะเข้ามาเปลี่ยนโลก นักลงทุนจึงพร้อมเทเงินนับล้านล้านเหรียญเพื่อลงทุนกับอนาคตอันเรืองรองของอินเทอร์เน็ต

 

คำถามเดียวคือ อินเทอร์เน็ตทำให้ทุกสิ่งเรืองรองจริงๆ หรือ ?

 

 

 

ไม่ปฏิเสธว่าอินเทอร์เน็ตเข้ามาเปลี่ยนโลกให้ดีขึ้น แต่นั่นมันคนละเรื่องกับการทำให้กำไรของบริษัทที่ประกอบธุรกิจอินเทอร์เน็ต เชื่อหรือไม่ว่ามีบริษัทไม่น้อยเลยที่มีผลประกอบการขาดทุน หรือบางบริษัทได้เงินจากการขายหุ้นก็เอามาทำการตลาดเกือบทั้งหมด โดยแทบไม่เหลือเงินสักแดงเอามาพัฒนาผลิตภัณฑ์ด้วยซ้ำไป เน้นทำการตลาดหนักๆ เพื่อปั่นราคาหุ้นของตัวเองให้สูงขึ้น

 

ถามว่านักลงทุนรู้ไหมว่าบริษัทเหล่านี้มีรายได้และผลกำไรที่น่าอเนจอนาถใจ คนที่ไม่รู้จริงๆ ก็มีบ้าง แต่เชื่อเถอะว่าส่วนใหญ่ก็รู้ว่ามีบริษัทที่ผลประกอบการย่ำแย่ แต่พวกเขาไม่ได้คิดเช่นนั้น เพราะความเชื่อของพวกเขาคือสุดท้ายบริษัทเหล่านี้จะกลับมามีกำไรได้ และเมื่อมันมีกำไร ราคาหุ้นก็จะยิ่งถีบตัวสูงกว่านี้อีก เราจะมองความจริงได้ผิดเพี้ยนอะไรถึงปานนั้น

 

แล้วหุ้น AMZN ของเราเป็นอย่างไรบ้าง ? โชคดีที่บริษัทมีรายได้เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง จาก 148 ล้านเหรียญในปี 1997 กระโดดขึ้นเป็น 1,640 ล้านเหรียญในปี 1999 อย่างน้อยการที่บริษัทมีรายได้เพิ่มขึ้นก็แปลว่าขายของได้มากขึ้น แต่ข้อเท็จจริงอีกประการที่น่ากังวลใจไม่น้อยคือ ผลขาดทุนของ Amazon ก็เพิ่มขึ้นอย่างน่ากลัว จาก -31 ล้านเหรียญในปี 1997 มาเป็น -720 ล้านเหรียญในปี 1999

 

นั่นแปลว่านักลงทุนกำลังยอมจ่ายเงินซื้อหุ้นที่ราคาพุ่งขึ้นมากว่า 50 เท่า ทั้งที่บริษัทกำลังขาดทุนเข้าเนื้อในทุกๆ การคลิกสั่งซื้อผ่านเว็บ Amazon.com  และตลาดหุ้นก็ถึงจุดที่ไม่สามารถรองรับความไร้เหตุผลขนาดนี้ได้อีกต่อไป ฟองสบู่ดอทคอมจึงแตก อินเทอร์เน็ตที่ว่ารวดเร็วก็ไม่อาจเร็วเท่ากับราคาหุ้นอินเทอร์เน็ตที่ร่วงลงแทบทุกวันที่มีการซื้อขาย

 

ส่วนราคาหุ้น AMZN ก็ร่วงลงจาก 100 เหรียญมาเหลือเพียง 6 เหรียญ

 

 

 

ปฏิเสธไม่ได้ว่าฟองสบู่ดอทคอมเป็นหนึ่งในตัวเร่งที่ทำให้ราคาหุ้น AMZN รุ่งเรืองและรุ่งริ่งในเวลาอันสั้น แต่ถ้าว่ากันตามจริงแล้ว บริษัทนี้ค่อนข้างมีผลประกอบการที่ดีกว่าบริษัทอินเทอร์เน็ตอื่นพอสมควรเพราะอย่างน้อยมันก็มีรายได้เพิ่มขึ้นทุกปี แต่ที่ขาดทุนก็เนื่องจากการขยายธุรกิจอย่างรวดเร็วของบริษัท จึงทำให้ค่าใช้จ่ายด้านต่างๆ โตไวกว่ารายได้และส่งผลให้บริษัทขาดทุน

 

ดังนั้นแล้ว ไม่ใช่ว่า Amazon เป็นหุ้นอินเทอร์เน็ตโนเนม มันมีพื้นฐานที่ยอดเยี่ยมไม่น้อย เพียงแต่ตลาดให้ราคามันเว่อร์ไปหน่อยในช่วงฟองสบู่ดอทคอม จึงไม่แปลกอะไรที่ราคาหุ้นจะร่วงหนัก

 

และเมื่อฟองสบู่แตก ความแข็งแกร่งของ Amazon คือสิ่งที่ทุกคนสามารถเห็นได้ไม่ยาก เพราะนี่คือหนึ่งในหุ้นอินเทอร์เน็ตไม่กี่ตัวที่รอดพ้นสภาวะฟองสบู่ดอทคอมมาได้ ราคาหุ้นอาจร่วงหนัก แต่ตราบใดที่ธุรกิจยังดีอยู่ ผลประกอบการก็ยังเติบโตได้ตามที่มันควรจะเป็น ซึ่งรายได้ของบริษัทก็ยังเติบโตขึ้นปีแล้วปีเล่า จนกระทั่งปี 2018 บริษัทก็มีรายได้ที่สูงกว่า 2 แสนล้านเหรียญเข้าไปแล้ว มากกว่าในช่วงวิกฤตดอทคอมถึงกว่า 100 เท่า พร้อมกับราคาหุ้นที่ทะยานจาก 6 เหรียญในวันนั้นมาเป็น 1,800 เหรียญในวันนี้

 

หรือหากนับจากจุดสูงสุดที่ AMZN เคยทำไว้ได้ที่ 2,039.51 เหรียญต่อหุ้น เมื่อวันที่ 4 กันยายน 2018 จากจุดเริ่มต้น หุ้น amazon.com ก็ให้ผลตอบแทนสูงกว่า 1,000 เด้งแล้ว

 

นี่เป็นอีกบทพิสูจน์ว่าหุ้นที่ดีจริงจะสามารถผ่านพ้นทุกวิกฤตการณ์ได้เสมอ

 

ลงทุนศาสตร์ – Investerest

ติดตามบทความดีดีกดที่นี่เลย FACEBOOK , OFFICIAL LINE และ WEBSITE

 

พิเศษ! เข้ากลุ่มเรียนหุ้นออนไลน์ฟรีกับลงทุนศาสตร์แบบไม่มีเงื่อนไขได้ที่ : เรียนหุ้นฟรีกับลงทุนศาสตร์

 

อ้างอิง
งบการเงิน Amazon : finance.yahoo.com
รายได้และกำไรในอดีตของ Amazon : slideshare.net
ข้อมูลบางส่วนจากหนังสือ “เดินสุ่มในวอลสตรีท”
ข้อมูลราคาหุ้นจาก Trading View

 

อัพเดทล่าสุดเมื่อ :

เกี่ยวกับผู้เขียน

ลงทุนศาสตร์

ผมเขียนบทความเกี่ยวกับการลงทุนตั้งแต่เบื้องต้น เหมาะสำหรับผู้ลงทุนหรือผู้ที่มีความสนใจที่จะลงทุนที่รักหรือมีทีท่าว่าจะรักในศาสตร์ของการลงทุนเหมือนกัน