การลงทุน

3 ขั้นคิดแก้หุ้น ” ติดดอย “

ติดดอย

” ติดดอย ” ศัพท์ยอดฮิตติดปากของนักลงทุนทุกคน ไม่ว่าจะเป็นหุ้น กองทุน ทองคำ หรือแม้กระทั่งอสังหาฯ อะไรที่ซื้อมาในราคาแพง และราคาตกออกไม่มาก แต่นักลงทุนขายออกไปไม่ทันก็สามารถเรียกดอยได้ทั้งนั้น ดอยหุ้น ดอยกองทุน ดอยคอนโด อะไรต่างๆ ก็ว่าไป

 

“ติดดอย xxx ทำอย่างไรดี?” น่าจะเป็นคำถามหนึ่งที่ได้ยินกันหลายต่อหลายครั้ง เนื่องจากการลงทุนกับการขาดทุนเป็นของคู่กันเสมอ นักลงทุนควรจะมีวิธีแก้หรือแผนรับมือสำหรับการติดดอยไว้ ซึ่งลงทุนศาสตร์เองเสนอแนวคิดง่ายๆ 3 ขั้นตอนดังนี้

 

ติดดอย

3 ลำดับการคิดแก้วิกฤตพอร์ตแดงหุ้นติดดอย

 

ลำดับคิดแก้หุ้น ” ติดดอย “

 

1 ตอนที่ซื้อซื้อมาด้วยเหตุผลอะไร

 

คำถามนี้ง่ายที่สุด แต่สำคัญที่สุด เพราะจะเป็นหลักคิดสำคัญในลำดับต่อไปจนท้ายสุด ถ้าหากเข้าซื้อด้วยเทคนิคคอลต้องออกด้วยเทคนิคคอล ถ้าหากเข้าซื้อด้วยวีไอต้องออกด้วยวีไอ ถ้าหากเข้าซื้อด้วยโมเมนตัมต้องออกด้วยโมเมนตัม หลักแรกง่ายๆ มีเท่านี้

 

2 เหตุผลที่ทำให้ซื้อยังเหมือนเดิมไหม

 

คำถามต่อมาคือปัจจัยที่ทำให้นักลงทุนซื้อหุ้นนี้ยังเหมือนเดิมหรือเปล่า เช่น ถ้าเข้าซื้อด้วยปัจจัยพื้นฐาน ปัจจัยพื้นฐานเหล่านั้นยังดีอยู่เหมือนเดิมไหม อุตสาหกรรมหรือบริษัทกำลังเปลี่ยนแปลงหรือไม่ ถ้าเข้าซื้อด้วยปัจจัยเทคนิค ปัจจัยเทคนิคยังมีเทรนด์เหมือนเดิมหรือเปล่า กราฟยังเป็นขาขึ้นไหม กราฟมีไดเวอเจนท์ที่สำคัญหรือเปล่า

 

3 ถ้าตอนนี้ไม่มีหุ้นนี้อยู่จะซื้อหรือไม่ซื้อหุ้นนี้

 

คำถามตัดสินพอร์ตสิ้นสุดที่คำถามนี้ หากไม่มีหุ้นนี้อยู่ในพอร์ต นักลงทุนจะซื้อหรือไม่ซื้อหุ้นนี้ ดังนั้น สิ่งสำคัญที่กำหนดทิศทางพอร์ตคือราคาตลาด ณ ปัจจุบัน กับปัจจัยที่เข้าซื้อ สิ่งสำคัญไม่ใช่ราคาทุน อย่าติดอยู่กับภาพลวงตาในอดีตที่ผ่านไปแล้ว

 

ถ้าคำตอบข้อ 2 คือทุกอย่างยังเหมือนเดิม นักลงทุนสามารถใช้ปัจจัยตอนซื้อมาตัดสินใจใหม่ได้เลย เช่น หากซื้อหุ้นที่ราคา 100 บาท โดยประเมินมูลค่าได้ที่ 120 บาท แต่ตอนนี้ราคาลงมาที่ 80 บาท นักลงทุนก็ไม่สมควรขาย เพราะราคายังคงต่ำกว่ามูลค่าอยู่ ตรงกับความคิดที่ว่าหากยังไม่มีหุ้นนี้ก็คงจะซื้อหุ้นนี้ เพราะราคาต่ำกว่ามูลค่ามาก หรือในกรณีเข้าซื้อแบบเทคนิคคอล นักลงทุนเข้าซื้อเพราะ EMA5 ตัด EMA25 และ EMA200 ขึ้นพร้อมกัน ตอนนี้กราฟยังคงเป็นขาขึ้นอยู่และไม่มี dead cross นักลงทุนก็ควรถือต่อไปเพราะไม่มีสัญญาณขาย

 

ถ้าคำตอบข้อ 2 คือทุกอย่างไม่เหมือนเดิมแล้ว นักลงทุนจำเป็นต้องใช้ปัจจัยหรือสิ่งที่เปลี่ยนแปลงใหม่ในการตัดสินใจ เช่น หากซื้อหุ้นที่ราคา 100 บาท โดยประเมินมูลค่าได้ที่  120 บาท ต่อมาพื้นฐานบริษัทเปลี่ยน ราคาลงมาที่ 80 บาท แต่นักลงทุนประเมินมูลค่าหุ้นใหม่ได้ 50 บาท แบบนี้ก็สมควรขายออกไป เพราะราคาตลาดยังแพงกว่ามูลค่า ถ้านักลงทุนยังไม่มีหุ้นนี้ก็คงไม่ซื้อหุ้นนี้

 

สุดท้ายนี้ สิ่งที่สำคัญที่สุดในการแก้หุ้นติดดอยอยู่ที่การไม่ยึดติดกับอดีต และยอมรับให้ได้ว่าราคาทุนเป็นเรื่องที่ผ่านไปแล้ว สิ่งสำคัญคือมูลค่า ณ ปัจจุบันต่างหากที่เป็นตัวตัดสินทุกอย่าง เมื่อถึงเวลาตัดก็ต้องยอมตัดใจ

 

ลงทุนศาสตร์ – Investerest

ติดตามบทความดีดีกดที่นี่เลย FACEBOOK , OFFICIAL LINE และ WEBSITE

 

พิเศษ! เข้ากลุ่มเรียนหุ้นออนไลน์ฟรีกับลงทุนศาสตร์แบบไม่มีเงื่อนไขได้ที่ : เรียนหุ้นฟรีกับลงทุนศาสตร์

 

อัพเดทล่าสุดเมื่อ :

เกี่ยวกับผู้เขียน

ลงทุนศาสตร์

ผมเขียนบทความเกี่ยวกับการลงทุนตั้งแต่เบื้องต้น เหมาะสำหรับผู้ลงทุนหรือผู้ที่มีความสนใจที่จะลงทุนที่รักหรือมีทีท่าว่าจะรักในศาสตร์ของการลงทุนเหมือนกัน