การลงทุน

หุ้นแบบไหนเหมาะจะใช้ P/BV

P/BV

P/BV (PBV) หรือ Price per Book Value Ratio เป็นวิธีการประเมินมูลค่ายอดนิยมอีกวิธีหนึ่ง โดยวิธี PBV เป็นวิธีที่วิเคราะห์มูลค่ากิจการโดยอ้างอิงกับสินทรัพย์ของบริษัทเป็นหลัก

 

การคำนวณ PBV อ้างอิงกับมูลค่ากิจการทั้งบริษัท

 

PBV = Market Capitalization / Book Value

PBV = Market Capitalization / (Assets – Liabilities)

PBV = มูลค่ากิจการตามราคาตลาด / มูลค่ากิจการตามบัญชี

PBV = มูลค่ากิจการตามราคาตลาด / (สินทรัพย์ – หนี้สิน)

 

การคำนวณ PBV อ้างอิงกับมูลค่าหุ้น (เทียบเท่ากับมูลค่ากิจการทั้งบริษัทหารด้วยจำนวนหุ้นทั้งหมด)

 

PBV = Share Price / Book Value per Share

PBV = Share Price / (Assets – Liabilities) per Share

PBV = ราคาหุ้น / มูลค่ากิจการตามบัญชีต่อหุ้น

PBV = ราคาหุ้น / (สินทรัพย์ – หนี้สิน) ต่อหุ้น

 

ยกตัวอย่างการคำนวณ PBV เช่น

 

กิจการ A มีหุ้นที่ออกจำหน่ายแล้วทั้งสิ้น 1 ล้านหุ้น ราคาตลาดปัจจุบันอยู่ที่หุ้นละ 5 บาท กิจการ A มีสินทรัพย์ทั้งหมด 5 ล้านบาท และมีหนี้สินทั้งหมด 3 ล้านบาท กิจการ A จะมี PBV ณ ปัจจุบันเท่าไหร่

 

วิธีการคำนวณ      PBV = มูลค่ากิจการตามราคาตลาด / (สินทรัพย์ – หนี้สิน)

PBV = (ราคาหุ้น x จำนวนหุ้นทั้งหมด) / (สินทรัพย์ – หนี้สิน)

PBV = (5 x 1,000,000) / (5,000,000 – 3,000,000)

PBV = 5,000,000/2,000,000

PBV = 2.5 เท่า

 

ในทางปฏิบัติ การประเมินมูลค่าหุ้นด้วย PBV มีรายละเอียดปลีกย่อยเยอะมาก เช่น การตีมูลค่าสินทรัพย์แต่ละรายการให้เหมาะสม การตีมูลค่าหนี้สินแต่ละรายการให้เหมาะสม นอกจากนี้ PBV ยังไม่ใช่วิธีการประเมินมูลค่าที่เหมาะกับทุกหุ้นอีกด้วย เพราะ PBV อ้างอิงจากราคาสินทรัพย์ของกิจการเป็นหลัก และหลายครั้งกิจการก็ไม่สามารถปลดปล่อยมูลค่าในสินทรัพย์ออกมาได้

 

คำถามที่สำคัญคือ หุ้นแบบไหนเหมาะจะใช้ P/BV

 

คำตอบคือ หุ้นที่คาดว่าจะปลดปล่อยมูลค่าของสินทรัพย์ออกมาได้ (ส่วนใหญ่อยู่ในรูปของการขาย) และสินทรัพย์ที่จะปลดปล่อยมูลค่าออกมามีขนาดใหญ่อย่างมีนัยสำคัญเมื่อเทียบกับขนาดกิจการ

 

ยกตัวอย่างเปรียบเทียบเช่น หุ้นพัฒนาอสังหาริมทรัพย์เพื่อขายและหุ้นพัฒนาอสังหาริมทรัพย์เพื่อเช่า แบบนี้หุ้นพัฒนาอสังหาริมทรัพย์เพื่อขายจะเหมาะกับการคิด PBV มากกว่า เพราะมูลค่าของสินทรัพย์จะกลายเป็นเงินกลับมาทั้งก้อนเลย ต่างจากอสังหาริมทรัพย์ให้เช่าที่จะไม่ได้เงินกลับมาทั้งก้อน แบบนี้ควรไปประเมินมูลค่ากิจการจากเงินสดหรือกำไรที่กิจการทำได้มากกว่า

 

หุ้นกลุ่มที่เหมาะสมกับการประเมินมูลค่าแบบ PBV

 

1 หุ้นพัฒนาอสังหาริมทรัพย์เพื่อขาย

2 หุ้นพัฒนานิคมอุตสาหกรรมเพื่อขาย

3 หุ้น Holding Company (แต่ประเมินมูลค่าหุ้นที่ถือด้วยวิธีที่เหมาะสมก่อน)

4 หุ้นที่กำลังจะขายสินทรัพย์ขนาดใหญ่

5 หุ้นที่ถือสินทรัพย์ขนาดใหญ่ที่มีสภาพคล่องสูง เช่น เงินสด หุ้นในตลาด (ประเมินมูลค่าสินทรัพย์ที่ถือด้วยหลักการ PBV แล้วคิดมูลค่ารวมทั้งกิจการด้วยวิธี sum of the parts หรือ SOTP)

 

อย่าลืม หลักการสำคัญคือ (1) สินทรัพย์ต้องมีขนาดใหญ่เมื่อเทียบกับกิจการ และ (2) กิจการต้องสามารถปลดปล่อยมูลค่าของสินทรัพย์นั้นออกมาได้ (อ้างอิงจากวิธีการขายเป็นหลัก)

 

ลองไปปรับใช้กันดู

 

ลงทุนศาสตร์ – Investerest

ติดตามบทความดีดีกดที่นี่เลย FACEBOOK , OFFICIAL LINE และ WEBSITE

 

พิเศษ! เข้ากลุ่มเรียนหุ้นออนไลน์ฟรีกับลงทุนศาสตร์แบบไม่มีเงื่อนไขได้ที่ : เรียนหุ้นฟรีกับลงทุนศาสตร์

 

อัพเดทล่าสุดเมื่อ :

เกี่ยวกับผู้เขียน

ลงทุนศาสตร์

ผมเขียนบทความเกี่ยวกับการลงทุนตั้งแต่เบื้องต้น เหมาะสำหรับผู้ลงทุนหรือผู้ที่มีความสนใจที่จะลงทุนที่รักหรือมีทีท่าว่าจะรักในศาสตร์ของการลงทุนเหมือนกัน