การลงทุน

ธุรกิจกับการแก้ไขปัญหาสังคม ในมุมมองของ Michael Porter

ธุรกิจกับการแก้ไขปัญหาสังคม ในมุมมองของ Michael Porter

ธุรกิจกับการแก้ไขปัญหาสังคม ในมุมมองของ Michael Porter

 

Michael Porter นักเศรษฐศาสตร์ผู้เป็นทั้งอาจารย์ นักวิจัย นักเขียน ผู้ให้คำปรึกษาและผู้บรรยายใน Harvard Business School มักจะนำทฤษฎีทางเศรษฐศาสตร์มาประยุกต์ใช้กับกลยุทธ์การแก้ไขปัญหาทางเศรษฐกิจและสังคมอยู่เสมอ ไม่ว่าจะเป็นในด้านการแข่งขันของตลาด กลยุทธ์ของบริษัท การพัฒนาเศรษฐกิจและสิ่งแวดล้อม รวมไปถึงงานด้านสาธารณสุข งานวิจัยของเขาได้รับการเผยแพร่ในวงกว้างทั้งในกลุ่มองค์กร กลุ่ม NGO รัฐบาล และแวดวงนักวิชาการทั่วโลก แนวคิดของเขายังโดดเด่นในด้านความสามารถนำมาปฏิบัติได้จริงอีกด้วย [1]

 

ในมุมมองของนักเศรษฐศาสตร์ผู้ยิ่งใหญ่อย่าง Michael Porter ธุรกิจนั้นมีความสัมพันธ์ต่อสังคม เขาเป็นหนึ่งในผู้เสนอแนวคิดเรื่อง CSV (Creating Shared Value) ซึ่งหมายถึงการใช้ธุรกิจพัฒนาทั้งสังคมและเศรษฐกิจไปพร้อม ๆ กัน ตามหลักคิดของ CSV ธุรกิจสามารถทำกำไรไปได้พร้อมกับการมีส่วนพัฒนาสิ่งแวดล้อม สาธารณสุข โภชนาการ ที่พักอาศัย ความมั่นคงทางการเงิน รวมถึงส่วนอื่นที่เอื้อต่อการพัฒนาสังคมอย่างยั่งยืนได้  มีเพียงธุรกิจเท่านั้นที่สามารถช่วยพัฒนาสังคมให้ดีขึ้นได้จากการร่วมสร้างความเจริญทางเศรษฐกิจขึ้นมาภายในสังคม [2]

 

ทั้งนี้ ก่อนหน้านี้เราอาจจะคุ้นเคยกับคำว่า CSR (Corporate Social Responsibility) คำว่า CSR นี้มีความแตกต่างจาก CSV ที่ได้กล่าวมาข้างต้น CSV หมายถึงการที่ธุรกิจมีบทบาทในการร่วมพัฒนาสังคมอย่างยั่งยืน ในขณะที่ CSR เป็นการที่ธุรกิจจัดกิจกรรมเพื่อคืนกำไรบางส่วนแก่สังคม เช่น การบริจาค การเป็นอาสาสมัคร หรือการปรับนโยบายของบริษัทให้สอดคล้องกับสถานการณ์ทางสังคม เช่น การอนุรักษ์พลังงานหรือสิ่งแวดล้อม เมื่อเทียบกันแล้ว CSV ย่อมส่งผลดีต่อสังคมและเศรษฐกิจในระยะยาวได้มากกว่า CSR ซึ่งเป็นการคืนกำไรเพียงชั่วครั้งชั่วคราว [3]

 

ในการทำ CSV Michael Porter เน้นย้ำว่าธุรกิจต้องมองตัวเองในฐานะองค์กรที่มีส่วนสำคัญต่อการเปลี่ยนแปลงสังคม ต้องเปลี่ยนแนวคิดจากเดิมที่มองว่าธุรกิจเติบโตขึ้นด้วยการแสวงหากำไรของตนเองเท่านั้น ยิ่งสังคมมีความเข้มแข็งมากขึ้น ธุรกิจก็จะยิ่งทำกำไรได้มากขึ้น ในเมื่อความต้องการของผู้คนก็นับเป็นกำไรของธุรกิจ ธุรกิจสามารถสร้างระบบเศรษฐกิจที่ดีในสังคมได้ด้วยการสำรวจความต้องการของชุมชนรอบข้าง ดึงเอาความสามารถของชุมชนมาใช้ในการทำธุรกิจ [4]

 

ยกตัวอย่างเช่น ห้างซุปเปอร์มาร์เก็ตของญี่ปุ่น ที่มีการรับสินค้าของท้องถิ่นมาขาย และให้คนในท้องถิ่นได้มีส่วนร่วมกับการสร้างแบรนด์ เป็นพนักงาน รวมถึงเป็นเจ้าของห้าง นอกจากนี้ยังมีบริการนำสินค้าไปขายตามบ้านผู้สูงอายุเพื่ออำนวยความสะดวกอีกด้วย [3]

 

ในทางกลับกัน หากธุรกิจคำนึงถึงเพียงผลประโยชน์ของตนเอง มุ่งไปที่การทำกำไรโดยไม่สนใจชุมชนรอบข้าง ดังที่เราเห็นได้จากข่าวทั่วไปว่าธุรกิจใหญ่เติบโตขึ้นจากการรื้อไล่ที่ชุมชน ปล่อยมลพิษลงสู่สิ่งแวดล้อม สภาพสังคมที่ผู้คนในชุมชนถูกรังแกและยากจนลงทุกวัน สิ่งแวดล้อมเสียหายเพิ่มขึ้นจากอุตสาหกรรม ย่อมส่งผลเสียต่อสังคมอย่างต่อเนื่อง และก่อให้เกิดปัญหาทั้งเศรษฐกิจและสิ่งแวดล้อมตามไปอย่างไม่มีที่สิ้นสุด [4]

 

ลงทุนศาสตร์ – Investerest

ติดตามบทความดีดีกดที่นี่เลย FACEBOOK , OFFICIAL LINE และ WEBSITE

 

พิเศษ! เข้ากลุ่มเรียนหุ้นออนไลน์ฟรีกับลงทุนศาสตร์แบบไม่มีเงื่อนไขได้ที่ : เรียนหุ้นฟรีกับลงทุนศาสตร์

 

อ้างอิง
[1] Harvard Business School. (n.d.). Michael Porter. Retrieved from https://www.hbs.edu/faculty/Pages/profile.aspx?facId=6532
[2] Harvard Business School. (n.d.). Creating Shared Value Explained. Retrieved from https://www.isc.hbs.edu/creating-shared-value/csv-explained/Pages/default.aspx
[3] ดร.สาธิต วิทยากร. (22 พฤศจิกายน 2563). จาก CSR สู่ CSV แชร์และแบ่งปัน ก้าวไปอย่างยั่งยืน. สืบค้นจาก https://www.bangkokbiznews.com/blogs/columnist/126448
[4] TED. (October 7, 2013). Michael Porter: Why business can be good at solving social problems. Retrieved from https://youtu.be/0iIh5YYDR2o

 

อัพเดทล่าสุดเมื่อ :

เกี่ยวกับผู้เขียน

ลงทุนศาสตร์

ผมเขียนบทความเกี่ยวกับการลงทุนตั้งแต่เบื้องต้น เหมาะสำหรับผู้ลงทุนหรือผู้ที่มีความสนใจที่จะลงทุนที่รักหรือมีทีท่าว่าจะรักในศาสตร์ของการลงทุนเหมือนกัน