การลงทุน

เกิดอะไรขึ้นกับ หุ้น BEAUTY

หุ้น BEAUTY

หุ้น BEAUTY หรือบริษัท บิวตี้ คอมมูนิตี้ จำกัด (มหาชน) คือบริษัทค้าปลีกเครื่องสำอางชื่อดังของประเทศไทย มีร้านในเครือกว่า 300 สาขาทั้งในแบรนด์ Beauty Buffet, Beauty Cottage และ Beauty Market และมีสินค้าเรือธงที่ได้รับความนิยมจากนักท่องเที่ยวมากอย่างโฟมนม Made in Nature ที่ส่งผลให้บริษัทเติบโตอย่างก้าวกระโดดมาเป็นเวลาหลายปี

 

หุ้น BEAUTY ถือว่าเป็นหุ้นที่ให้ผลตอบแทนสูงมากตัวหนึ่งของตลาดหุ้นไทย

 

จากสิ้นปี 2557 ที่ราคา 3.375 บาท (ปรับการแตกพาร์แล้ว) ไปถึงปี 2560 ที่ราคา 20.80 หรือเทียบเท่ากับผลตอบแทน 516.30% ในเวลา 3 ปีหรือเท่ากับผลตอบแทน 83.34% ทบต้นซึ่งถือว่าสูงมากถ้าเทียบกับผลตอบแทนเฉลี่ยของตลาดหุ้นไทยที่อยู่ที่ประมาณปีละ 10% เท่านั้น

 

แต่ล่าสุดราคาหุ้นบิวตี้ตกต่ำลงอย่างมาก

 

จากราคาสูงสุดในรอบ 52 สัปดาห์ที่ 23.70 บาทและลงไปทำจุดต่ำสุดใหม่ที่ 9.70 ในวันที่ 4 กรกฎาคม 2561 หรือคิดเป็นผลขาดทุนกว่า 59.07% ในเวลาไม่กี่เดือน คำถามคือเกิดอะไรขึ้นกับบิวตี้?

 

วันนี้ (วันที่ 4 กรกฎาคม 2561) ผู้บริหาร (ดร.สุวิน ไกรภูเบศและคณะ) ได้ออกมาให้ข้อมูลเกี่ยวกับบริษัทซึ่งในวันที่แถลงข่าวนี้เองราคาหุ้นก็ตกลงไปกว่า 20% ภายในวันเดียว ซึ่งถือว่าเป็นการร่วงที่รุนแรงมากของหุ้นระดับหลายหมื่นล้าน

 

หุ้น BEAUTY

 

ผู้บริหารพูดอะไร?

 

ผู้บริหารออกมาให้ข้อมูลว่ากำไรในไตรมาส 2 น่าจะพลาดไปจากเป้าหมายที่เคยตั้งไว้ เนื่องจากปัญหาหลักมาจากสินค้าเรือธงที่ขายดีมากในปีที่แล้วอย่างลิปสติก no.9 ของ Beauty Cottage ที่เคยได้ดีมากในปีที่แล้วไม่ได้ขายดีเท่าเดิมในปีนี้ ส่งผลให้การเติบโตของกำไรอาจจะพลาดเป้า ซึ่งถือว่าเป็นเรื่องสำคัญมากในการตัดสินใจลงทุน เพราะหุ้นบิวตี้ถูกซื้อขายที่พีอีสูงมาโดยตลอด เพราะนักลงทุนคาดหวังในการเติบโต เมื่อการเติบโตพลาดเป้า นักลงทุนจึงปรับมูลค่าให้ทันที

 

ผู้บริหารให้เป้าปี 2561 อยู่ที่รายได้ไม่ต่ำกว่า 4,200 ล้านบาทและอัตรากำไรสุทธิที่ไม่ต่ำกว่า 20% ซึ่งหากคิดกันกลมๆ แล้วจะตกกำไรอยู่ที่ 800 – 900 ล้านบาทซึ่งอาจจะไม่ถูกใจนักลงทุนเท่าไหร่นัก เพราะกำไรปีที่ผ่านมาอยู่แถว 1,200 ล้านบาท และนักวิเคราะห์หลายสำนักให้เป้ากำไรปีนี้ไว้สูงถึง 1,800 ล้านบาท

 

ขีดเส้นใต้ว่าเป้าที่ให้เป็นเป้าขั้นต่ำ ผลประกอบการจริงอาจจะดีกว่าเป้าก็ได้ แต่ตลาดก็ดูเหมือนจะไม่รอคำตอบเพราะราคาตกลงไปรอความผิดหวังแล้ว

 

มีปัญหาอะไรเกิดกับบิวตี้ในปี 2561 บ้าง

 

1 สินค้าที่ขายดีในปีที่แล้วไม่ได้ขายดีเหมือนเดิม

 

ช่วงต้นปีปีที่แล้ว บิวตี้ได้รับอานิสงค์จากความนิยมลิปสติกของ Beauty Cottage ไว้มาก เมื่อผลตอบรับไม่ได้เท่าปีก่อน ยอดขายย่อมลดลงจากฐานที่สูง (มาก) ในปีที่แล้ว

 

2 ผลจากข่าวการบุกจับเครื่องสำอางเถื่อนในประเทศไทย

 

ช่วงต้นไตรมาส 2 ข่าวครึกโครมหนึ่งที่ดังมากคือการบุกจับสินค้าผิดกฎหมาย โดยเฉพาะกลุ่มเครื่องสำอางเถื่อน อาหารเสริมเถื่อน จนทำให้อารมณ์ตลาดในการจับจ่ายใช้สอยเครื่องสำอางและอาหารเสริมแย่มาก สภาพตลาดแย่ลง บริษัทก็ขายสินค้าเครื่องสำอางได้ลดลงถึงแม้ว่าสินค้าของบริษัทจะไม่ผิดกฎหมายก็ตาม

 

3 การส่งออกไปจีนล่าช้ากว่าที่คิด

 

ผลกระทบต่อมาจากข่าวการบุกจับสินค้าเถื่อนในประเทศไทย ผู้บริหารให้ข้อมูลว่าทางกระทรวงสาธารณสุขประเทศจีนจึงเข้มงวดในการตรวจสินค้าจีนที่เข้าไทยหนักมากขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งเครื่องสำอางและอาหารเสริม เป้าหมายการเติบโตด้วย CBEC จึงล่าช้าออกไป และไม่สามารถเริ่มต้นทำการขายได้เร็วเท่าที่คาด

 

ปีนี้คงเป็นปีที่ยากลำบากของ BEAUTY

 

คงต้องติดตามกันต่อไปว่าผู้บริหารจะแก้เกมนี้ในอย่างไร ตอบได้ยากว่าบริษัทจะกลับมาเจิดจรัศแสงเท่าเดิมและเทรดที่พีอีสูงกว่า 60 เท่าได้เหมือนเดิมหรือไม่

 

แต่อย่างไรก็ตาม เหตุการณ์ครั้งนี้คงให้ข้อคิดกับนักลงทุนว่าตลาดหุ้นไม่เคยมีอะไรแน่นอน

 

ลงทุนศาสตร์ – Investerest

ติดตามบทความดีดีกดที่นี่เลย FACEBOOK , OFFICIAL LINE และ WEBSITE

 

พิเศษ! เข้ากลุ่มเรียนหุ้นออนไลน์ฟรีกับลงทุนศาสตร์แบบไม่มีเงื่อนไขได้ที่ : เรียนหุ้นฟรีกับลงทุนศาสตร์

อัพเดทล่าสุดเมื่อ :

เกี่ยวกับผู้เขียน

ลงทุนศาสตร์

ผมเขียนบทความเกี่ยวกับการลงทุนตั้งแต่เบื้องต้น เหมาะสำหรับผู้ลงทุนหรือผู้ที่มีความสนใจที่จะลงทุนที่รักหรือมีทีท่าว่าจะรักในศาสตร์ของการลงทุนเหมือนกัน