การลงทุน

ย้อนอดีต Goldman Sachs กับกำไร 50,000 ล้านใน 3 ปี

ย้อนอดีต Goldman Sachs

ย้อนอดีต Goldman Sachs กับกำไร 50,000 ล้านใน 3 ปี

 

ถ้ายังจำกันได้ ปี 2008 คือปีที่เกิดวิกฤตเศรษฐกิจครั้งใหญ่ นั่นคือวิกฤตซับไพร์มที่มีสถาบันการเงินล่มสลายไปเป็นแถว หนึ่งในนั้นก็คือ Lehman Brothers ที่เป็นหนึ่งในสถาบันการเงินใหญ่ที่สุดในโลก

 

คงไม่มีใครอยากจะลงทุนในธุรกิจซึ่งกำลังมีปัญหา อีกทั้งปี 2008 ซึ่งเต็มไปด้วยความไม่แน่นอน มันคงเป็นเรื่องประหลาดที่จะมีใครกล้าลงทุนกับหุ้นในช่วงนั้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งคือหุ้นกลุ่มไฟแนนซ์ แต่อย่างที่เรารู้ ใครก็ตามได้ลงทุนในหุ้นช่วงปี 2008 จะได้ผลตอบแทนอย่างงามจากการฟื้นตัวจากวิกฤตครั้งนั้น

 

และหนึ่งในนักลงทุนผู้ได้รับผลตอบแทนอย่างงาม คือ วอเร็น บัฟเฟตต์ กับการซื้อหุ้นในกลุ่มสถาบันการเงินที่ไม่มีใครอยากยุ่ง นั่นคือ Goldman Sachs

 

 

 

Goldman Sachs ก่อตั้งขึ้นตั้งแต่ปี 1862 โดย Marcus Goldman และ Samuel Sachs ในนครนิวยอร์ก

 

ผ่านมากว่า 150 ปี บริษัทนี้กลายเป็นหนึ่งในสถาบันการเงินขนาดยักษ์ที่มีรายได้กว่า 46 พันล้านเหรียญในปี 2007 พร้อมกำไรอีกร่วมกว่า 11 พันล้านเหรียญ ดูท่าแล้วไม่น่ามีอะไรมาสั่นคลอนยักษ์ใหญ่แห่งนี้ให้ล้มลงได้ แต่มันก็เกิดขึ้นจากวิกฤตซับไพร์ม ตลาดอสังหาริมทรัพย์ที่ล้มครืนทำให้บริษัทเองสูญเงินไปร่วม 2 พันล้านเหรียญ

 

ส่วนราคาหุ้นก็ไม่น้อยหน้า ร่วงลงมากว่า 70% จากจุดสูงสุดในปี 2007 ที่ราวๆ 240 เหรียญ มาสร้างจุดต่ำสุดเพียง 47 เหรียญในช่วงเวลาเดียวกัน

 

แน่นอนว่าตัวเลขขาดทุนที่สูงขนาด 1/5 ของกำไรทั้งปีก่อนมันไม่ใช่เรื่องเล็กและอาจทำให้บริษัทประสบปัญหาสภาพคล่อง ทาง Goldman Sachs จึงต้องเร่งหาทางออกอย่างเร่งด่วนเพื่อหา “เงินสด” มาต่อลมหายใจให้ธุรกิจก่อนที่จะล้มตาม Lehman Brothers

 

แล้วจะไปหาเงินสดจากไหนได้อีกถ้าไม่ใช่จาก วอเร็น บัฟเฟตต์

 

 

 

ซึ่งบัฟเฟตต์ก็กล้าพอที่จะควักเงินมาลงทุนกับบริษัทนี้ถึง 5 พันล้านเหรียญ ด้วยเพราะเชื่อว่า Goldman Sachs อยู่ในสถานะที่ถือว่าดีที่สุดเมื่อเทียบกับบริษัทอื่นในกลุ่มเดียวกัน และตลาดตอนนั้นก็ดูจะไร้เหตุผลมากจนทำให้หุ้นหลายๆ ตัวมีราคาต่ำกว่าที่ควรจะเป็น นั่นทำให้ดีลที่เกิดขึ้นไม่ธรรมดา เนื่องจากมันเกิดขึ้นท่ามกลางวิกฤต แถมเป็นดีลที่ใช้เม็ดเงินไม่น้อย

 

สิ่งที่ต่างออกไปจากครั้งก่อนๆ คือครั้งนี้บัฟเฟตต์ไม่ได้ซื้อหุ้นสามัญของ Goldman Sachs แต่ซื้อหุ้นบุริมสิทธิ์ของบริษัท ซึ่งทำให้เขามีสถานะเป็นเจ้าหนี้มากกว่าเป็นเพียงผู้ถือหุ้น

 

นั่นหมายความว่า แม้เขาจะเชื่อว่า Goldman Sachs อาจจะฟื้นกลับมาได้ แต่ถ้าเกิดอะไรขึ้นแบบไม่คาดฝัน อย่างน้อยสิทธิ์ในความเป็นเจ้าหนี้ของหุ้นบุริมสิทธิ์ก็น่าจะช่วยปกป้องเขาได้บ้างหากเขาคิดผิด เพราะหากบริษัทล้ม ผู้ถือหุ้นบุริมสิทธิ์จะมีสิทธิ์ได้รับเงินคืนก่อนผู้ถือหุ้นสามัญ ถึงแม้จะเป็นการลงทุนที่เสี่ยง แต่นี่ก็เป็นความเสี่ยงที่ดูเหมือนเขาจะวางแผนรองรับไว้แล้ว

 

สุดท้ายชัยชนะก็เป็นของบัฟเฟตต์อีกครั้ง ในที่สุด Goldman Sachs ก็ไม่ได้ล่มสลาย หลังจากนั้นเพียง 3 ปีให้หลังบริษัทก็ซื้อหุ้นบุริมสิทธิ์คืนจากบัฟเฟตต์ทั้งหมด ทำให้เขาได้กำไรกว่า 1.7 พันล้านเหรียญ หากตีเป็นเงินไทยก็ประมาณ 50,000 ล้านบาทได้ นอกจากนั้น เขายังใช้สิทธิ์ซื้อหุ้นสามัญที่ราคา 115 เหรียญเป็นจำนวน 43.5 ล้านหุ้น และยังถือต่อเนื่องมาจนถึงปัจจุบัน ซึ่งหากคิดผลกำไรจากราคาหุ้นในปัจจุบันของ Goldman Sachs ที่หุ้นละ 200 เหรียญ บัฟเฟตต์จะมีกำไรจากส่วนต่างราคาอีกกว่า 4.3 พันล้านเหรียญเลยทีเดียว

 

เป็นอีกบทเรียนสำคัญให้นักลงทุนได้ตระหนักว่า ภายใต้สถานการณ์ที่ดูเสี่ยงเพียงใด แต่ถ้าเตรียมแผนรับมือกับความเสี่ยงที่จะเกิดขึ้นได้อย่างดีพอ มันก็คือโอกาสให้เราได้ซื้อในขณะที่ทุกคนกำลังกลัวอยู่นั่นเอง

 

ลงทุนศาสตร์ – Investerest

ติดตามบทความดีดีกดที่นี่เลย FACEBOOK , OFFICIAL LINE และ WEBSITE

 

พิเศษ! เข้ากลุ่มเรียนหุ้นออนไลน์ฟรีกับลงทุนศาสตร์แบบไม่มีเงื่อนไขได้ที่ : เรียนหุ้นฟรีกับลงทุนศาสตร์

 

เอกสารอ้างอิง
Warren Buffett Invested $5B in Goldman During the 2008 Crisis. What’s It Worth Now? : finance.yahoo.com
Is Warren Buffett a Reason to Buy Goldman Sachs? : thestreet.com
Here’s how Warren Buffett made $3.1 billion on his crisis-era bet on Goldman Sachs : qz.com
Goldman Sachs posts $2.1 billion loss : money.cnn.com

 

อัพเดทล่าสุดเมื่อ :

เกี่ยวกับผู้เขียน

ลงทุนศาสตร์

ผมเขียนบทความเกี่ยวกับการลงทุนตั้งแต่เบื้องต้น เหมาะสำหรับผู้ลงทุนหรือผู้ที่มีความสนใจที่จะลงทุนที่รักหรือมีทีท่าว่าจะรักในศาสตร์ของการลงทุนเหมือนกัน