การลงทุน

Pricing Power ประเภทต่าง ๆ ในความเห็นของ Josh Tarasoff

Pricing Power ประเภทต่าง ๆ ในความเห็นของ Josh Tarasoff

Pricing Power ประเภทต่าง ๆ ในความเห็นของ Josh Tarasoff

 

Pricing Power หมายถึงอำนาจในการกำหนดราคาของสินค้าของบริษัทผู้ผลิต หากสินค้าของบริษัทเป็นที่ต้องการมาก และมีบริษัทคู่แข่งที่ผลิตสินค้าประเภทเดียวกันจำนวนน้อย บริษัทก็จะมี pricing power สูง ในทางกลับกัน หากบริษัทมีคู่แข่งจำนวนมากและสินค้าไม่มีความโดดเด่น pricing power ก็ย่อมน้อยตามลงไป [1]

 

Josh Tarasoff นักลงทุนผู้มีหุ้นส่วนสามัญใน Greenlea Lane Capital [2] ได้กล่าวถึง pricing power ไว้ว่า [3] แม้ว่าคำว่า pricing power จะได้รับการนำไปใช้ในแวดวงธุรกิจอยู่ทั่วไป แต่คำ ๆ นี้ก็มีประเภทแยกย่อยที่น่าสนใจ เช่นเดียวกับธุรกิจที่แบ่งได้เป็นประเภทที่หลากหลาย

 

ในความเห็นของ Josh Tarasoff pricing power แบ่งได้เป็นสองประเภท คือ nominal pricing power และ real pricing power ประเภทแรก nominal pricing power หมายถึงความสามารถในการขึ้นราคาที่อิงตามสถานการณ์เงินเฟ้อ ธุรกิจถือโอกาสขึ้นราคาในสถานการณ์เงินเฟ้อเพื่อชดเชยเงินที่เสียไป pricing power ประเภทนี้ไม่ได้สร้างกำไรให้ธุรกิจมากนัก เป็นเพียงการเอาตัวรอดของธุรกิจในสถานการณ์เงินเฟ้อ

 

ในขณะเดียวกัน real pricing power หมายถึงการขึ้นราคาที่เกินกว่าการชดเชยเงินที่สูญเสียไปจากสถานการณ์เงินเฟ้อ ธุรกิจค่อย ๆ ขยายขอบเขตของราคาสินค้าออกไปในขณะที่เพิ่มราคาจากเงินเฟ้อไปด้วย ยกตัวอย่างเช่น การขึ้นราคาเพื่อชดเชยจากเงินเฟ้อร้อยละ 5 และเพิ่มการขึ้นราคาที่ไม่เกี่ยวข้องกับเงินเฟ้อไปด้วยอีกร้อยละ 1 รวมเป็นการขึ้นราคาร้อยละ 6 การขึ้นราคานอกเหนือจากการชดเชยเงินเฟ้อนี้จะช่วยให้บริษัทได้รับกำไรเพิ่มขึ้นด้วย

 

แม้ว่า real pricing power จะทำกำไรให้ธุรกิจได้อย่างแท้จริง แต่การขึ้นราคาลักษณะนี้ก็ต้องคำนึงถึงปัจจัยหลายด้าน ทั้งธุรกิจคู่แข่งที่มีอำนาจในการกำหนดราคาเช่นกัน และธุรกิจที่เลือกไม่ขึ้นราคาเพื่อดึงฐานลูกค้าเอาไว้ ดังนั้น ธุรกิจที่ต้องการขึ้นราคาจึงต้องแน่ใจว่าตนเองมี pricing power มากพอจะกำหนดราคาสินค้าได้

 

เพื่อที่จะได้มี pricing power บริษัทต้องวางแผนทิศทางการกำหนดราคาอย่างรอบคอบ ทั้งความเข้าใจในมูลค่าสินค้าของตัวเอง กลยุทธ์การขึ้นราคาที่ชัดเจน เมื่อมีแผนการที่ชัดเจนแล้ว บริษัทควรสื่อสารให้คนในองค์กรได้รับรู้ เพื่อจะได้ดำเนินงานไปในทิศทางเดียวกัน และที่สำคัญ บริษัทควรแจ้งให้ลูกค้าได้รับรู้ถึงโอกาสในการเปลี่ยนแปลงราคาล่วงหน้าไว้ด้วย เพื่อให้ลูกค้าได้เตรียมใจกับราคาที่จะเพิ่มขึ้น และเมื่อมีการขึ้นราคาสินค้า บริษัทควรแจ้งเหตุผลที่สมเหตุสมผลต่อลูกค้าด้วย [4]

 

ในสถานการณ์เงินเฟ้อเช่นนี้ การขึ้นราคาสินค้าเป็นสิ่งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ ขึ้นอยู่กับว่าบริษัทมี pricing power มากพอจะกำหนดราคาสินค้าเพื่อเอื้อประโยชน์ให้แก่ธุรกิจได้มากน้อยแค่ไหน บริษัทที่มี pricing power สูง และขึ้นราคาสินค้าโดยไม่เอาเปรียบผู้บริโภคมากจนเกินไป ย่อมสามารถประคองธุรกิจให้เติบโตขึ้นอย่างมั่นคงได้ต่อไป

 

ลงทุนศาสตร์ – Investerest

ติดตามบทความดีดีกดที่นี่เลย FACEBOOK , OFFICIAL LINE และ WEBSITE

 

พิเศษ! เข้ากลุ่มเรียนหุ้นออนไลน์ฟรีกับลงทุนศาสตร์แบบไม่มีเงื่อนไขได้ที่ : เรียนหุ้นฟรีกับลงทุนศาสตร์

 

อ้างอิง
[1] Banton, C. (June 25, 2019). Pricing Power. Retrieved from https://www.investopedia.com/terms/p/pricingpower.asp
[2] Ivey Business School. (2022). Josh Tarasoff. Retrieved from https://www.ivey.uwo.ca/bengrahaminvesting/resources/interviews-notes/josh-tarasoff/
[3] The value investing channel. (June 13, 2022). Josh Tarasoff on the different types of pricing power. Retrieved from https://www.youtube.com/watch?v=MYfu3kL-rZg&ab_channel=Thevalueinvestingchannel
[4] Gordon, J. (April 25, 2022). Pricing Power – Explained. Retrieved from https://thebusinessprofessor.com/en_US/economic-analysis-monetary-policy/pricing-power-definition

 

อัพเดทล่าสุดเมื่อ :

เกี่ยวกับผู้เขียน

ลงทุนศาสตร์

ผมเขียนบทความเกี่ยวกับการลงทุนตั้งแต่เบื้องต้น เหมาะสำหรับผู้ลงทุนหรือผู้ที่มีความสนใจที่จะลงทุนที่รักหรือมีทีท่าว่าจะรักในศาสตร์ของการลงทุนเหมือนกัน