การลงทุน

ประสบการณ์ฟลอร์แรกในชีวิต

ฟลอร์

ฟลอร์ หรือ floor เป็นคำเรียกราคาต่ำสุดที่ซื้อได้ระหว่างวัน โดยในตลาดหุ้นไทย ฟลอร์ของหุ้นปรกติจะอยู่ที่ 30% หมายถึง ราคาหุ้นตัวหนึ่งจะลดลงต่ำสุดได้ 30% ของเมื่อวาน ราคาต่ำกว่านั้นไม่สามารถถูกเสนอซื้อได้ ผู้ขายต้องเสนอขายไว้รอคนมากดซื้อ โดยในมุมมองของผู้ถือหุ้น ฟลอร์อาจจะหมายถึงนรกขุมย่อมๆ เพราะสินทรัพย์ที่มีอยู่ราคาตกต่ำไปถึง 30% ในวันเดียว แน่นอนว่าคงไม่มีใครอยากประสบพบเจอ

 

โดยมุมมองส่วนตัว ผมไม่เคยคิดเลยว่าชีวิตนี้จะได้มีโอกาสได้รู้จักกับคำว่าฟลอร์อย่างลึกซึ้ง ส่วนหนึ่งคงเป็นเพราะผมเป็นนักลงทุนแนววีไอ (value investor) ทำให้หุ้นส่วนใหญ่ในพอร์ตเป็นหุ้นที่มีพื้นฐานรองรับ การเคลื่อนไหวของราคาจึงไม่วูบไหวมาก ขึ้นลงวันละ 10% ก็พอมีให้เห็นบ้างนานๆ ที แต่ที่จะมากมายกว่านั้นผมก็ไม่ได้เผื่อใจไว้

 

จนกระทั่งผมรู้จักกับคำว่า ” ฟลอร์ ” ด้วยตนเอง

 

“หุ้น xxx ในพอร์ตติดฟลอร์ครับ เอายังไงต่อดี” เสียงจากปลายสายโทรศัพท์ของโบรคเกอร์ที่ผมใช้บริการอยู่ส่งตรงมาหาผมตั้งแต่เปิดตลาดของเช้าวันที่แสนธรรมดาวันหนึ่ง ผมยอมรับว่างงมาก แต่ก็หยิบมือถือขึ้นมาเปิดพอร์ตดู และค้นพบว่าหุ้นของผมมันฟลอร์จริงๆ ด้วย

 

สินทรัพย์ผมหาย 30% ในชั่วเวลาไม่ถึง 10 นาทีตอนเปิดตลาดนั่นแหละ

 

หุ้นตัวที่ผมถือมากเป็นอันดับ 2 ในพอร์ตของผมฟลอร์ แน่นอนว่าผลกำไรของพอร์ตผมกลายเป็นขาดทุนอย่างไม่ต้องสงสัย ผู้ดูแลนักลงทุนหรือมาร์ของผมก็รบเร้ามาจากทางปลายสายว่าจะทำอย่างไรต่อไป

 

นั่นสิ… ผมจะทำอย่างไรต่อไป

 

ผมจำได้ดีว่าช่วงจังหวะเวลานั้น ผมบอกมาร์ของผมให้กลับไปหาข่าวเกี่ยวกับหุ้นตัวนี้ให้ผมหน่อย ในขณะที่ผมกลับมาเปิดดูงบการเงินอย่างเร่งรีบ อ่านผลประกอบการย้อนหลัง อ่านข่าวทุกข่าวเท่าที่ผมจะหาได้ ติดต่อมาร์ทุกคนที่ผมรู้จัก เพื่อหาเหตุผลว่าทำไมหุ้นมันถึงฟลอร์

 

และคำตอบคือ… ไม่มี

 

ในจุดนั้นผมใช้ทุกเซลล์สมองของผมตัดสินใจว่าผมจะทำอย่างไรต่อไป หุ้นพื้นฐานดี เติบโตแกร่ง อุตสาหกรรมชั้นเยี่ยม ผู้บริหารวิสัยทัศน์กว้างไกล และผลิตภัณฑ์คุณภาพดีที่ผมเองยังมีใช้อยู่ในบ้าน หุ้นตัวนี้เป็นหนึ่งในหุ้นที่ผมถือมาอย่างพึงพอใจในผลประกอบการและพื้นฐานบริษัทมาโดยตลอด ผมถามตัวเองว่านี่เป็นวิกฤตหรือโอกาสสำหรับผม?

 

“พี่ ผมตัดสินใจแล้ว ผมซื้อหุ้นตัวนี้ทั้งหมดเงินสดในพอร์ตที่ผมมี” ผมต่อสายหามาร์ประจำตัวผมอย่างตัดสินใจได้

 

“ราคาเท่าไหร่”

 

“สั่งซื้อทุกราคาจนกว่าจะหมดเงิน” ผมตอบสั้นๆ เพราะดูวอลุ่มแล้วต่อให้ผมซื้อจนหมดหน้าตักขนาดนี้ ราคาก็คงขยับไปได้ไม่ไกลเท่าไหร่ ส่วนเผื่อความปลอดภัยนั้นยังมากเพียงพอ

 

ผมปิดพอร์ต ปิดจอ พร้อมกับทิ้งตลาดหุ้นไว้ข้างหลัง และกลับมาทำงานประจำที่ผมรับผิดชอบอยู่ตรงหน้าต่อ โดยบอกตัวเองไว้ว่านี่คือการตัดสินใจที่ดีที่สุดแล้ว นี่ไม่ใช่อารมณ์ชั่ววูบ บริษัทนี้เป็นบริษัทที่รู้จักดี และการซื้อเพิ่มก็ไม่ทำให้สัดส่วนของพอร์ตนั้นเสียหาย

 

การซื้อหุ้นครั้งนั้นน่าจะเป็นการซื้อหุ้นที่ผมกลัวที่สุดในชีวิต แต่ก็ไม่รู้ว่ามันจะเป็นความกลัวในความกล้าอย่างที่วอร์เรน บัฟเฟตพูดอยู่เสมอหรือเปล่า

 

ผมปิดพอร์ตและงดติดตามข่าวสารหุ้นไป 3 วัน

 

จนกระทั่งผมตัดสินใจกลับมาดูราคาของหุ้นฟลอร์เจ้ากรรมของผมในวันหนึ่ง ผมค้นพบว่าหุ้นตัวนั้นดีดกลับไปอยู่ที่ราคาเดิม แถมปริ่มๆ จะทำจุดสูงสุดใหม่อีกด้วย

 

ผมได้ผลตอบแทนจากหุ้นตัวนั้น 30% ในเวลา 3 วัน

 

มันอาจจะดูไม่มากมายสำหรับคนอื่น แต่สำหรับผมผู้คาดหวังผมตอบแทนเพียงปีละ 10% นี่อาจจะเป็นคำสั่งซื้อที่สำคัญที่สุดอีกครั้งหนึ่งของชีวิตผมก็เป็นได้

 

และนั่นเป็น the big shot ครั้งแรกในชีวิตของผม the big shot ที่มาพร้อมกับฟลอร์แรกในชีวิตผมด้วยเช่นกัน

 

มันคงจะเป็น 15 นาทีในชีวิตที่ผมไม่มีวันลืม

 

ลงทุนศาสตร์ – Investerest

ติดตามบทความดีดีกดที่นี่เลย FACEBOOK , OFFICIAL LINE และ WEBSITE

 

พิเศษ! เข้ากลุ่มเรียนหุ้นออนไลน์ฟรีกับลงทุนศาสตร์แบบไม่มีเงื่อนไขได้ที่ : เรียนหุ้นฟรีกับลงทุนศาสตร์

อัพเดทล่าสุดเมื่อ :

เกี่ยวกับผู้เขียน

ลงทุนศาสตร์

ผมเขียนบทความเกี่ยวกับการลงทุนตั้งแต่เบื้องต้น เหมาะสำหรับผู้ลงทุนหรือผู้ที่มีความสนใจที่จะลงทุนที่รักหรือมีทีท่าว่าจะรักในศาสตร์ของการลงทุนเหมือนกัน