การลงทุน

Jim Simons นักลงทุนผู้ผสมผสานโลกคณิตศาสตร์กับการเงิน

Jim Simons นักลงทุนผู้ผสมผสานโลกคณิตศาสตร์กับการเงิน

Jim Simons นักลงทุนผู้ผสมผสานโลกคณิตศาสตร์กับการเงิน

 

Jim Simons เป็นนักคณิตศาสตร์และนักลงทุนที่มีชื่อเสียง รู้จักกันในชื่อ “Quant King” เป็นผู้ก่อตั้ง Renaissance Technologies และ Medallion Fund ผลงานที่โดดเด่นสุดของเขา คือการบริหาร Medallion Fund ด้วยผลตอบแทนเฉลี่ย 66% ต่อปี ตั้งแต่ปี ค.ศ. 1988 โดยตัวเลขหลังหักค่าธรรมเนียมอยู่ที่ 39% ต่อปี ซึ่งก็ยังนับได้ว่าเป็นตัวเลขที่สูงมาก โดยรูปแบบการลงทุนที่โดดเด่น มาจากกลยุทธ์การวิเคราะห์เชิงปริมาณและแบบจำลองทางคณิตศาสตร์เพื่อระบุ “สัญญาณ” ในตลาดแทนที่จะใช้การตัดสินใจตามสัญชาตญาณ

 

Jim Simons เกิดเมื่อวันที่ 25 เมษายน 1938 ในเมืองบรูคไลน์ รัฐแมสซาชูเซตส์ ในปี 1958 เขาได้รับปริญญาตรีสาขาคณิตศาสตร์ จากสถาบันเทคโนโลยีแมสซาชูเซตส์ (Massachusetts Institute of Technology) และได้รับปริญญาเอก ในวิชาคณิตศาสตร์ จากมหาวิทยาลัยแคลิฟอร์เนีย เบิร์กลีย์ เมื่อปี 1961

 

เขาเริ่มต้นชีวิตการทำงานในตำแหน่งผู้ถอดรหัส ให้กับสำนักงานความมั่นคงแห่งชาติของสหรัฐอเมริกา (National Security Agency) ในช่วงสงครามเวียดนาม นอกจากนี้ Simons และเป็นสมาชิกเจ้าหน้าที่วิจัยที่ Institute for Defense Analyzes จนถึงปี 1968 จากนั้น เขาได้เบนเข็มอาชีพสู่การเป็นอาจารย์ที่ MIT และมหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ด ก่อนที่จะได้รับแต่งตั้งเป็นประธานภาควิชาคณิตศาสตร์ ที่มหาวิทยาลัยสโตนี บรูค (Stony Brook University)

 

ถึงแม้จะประสบความสำเร็จในอาชีพการงาน ในฐานะนักคณิตศาสตร์ และศาสตราจารย์ แต่ Jim Simons ก็ยังประกอบอาชีพด้านการเงินอีกด้วย โดยเขาได้นำความรู้ทางคณิตศาสตร์ อย่างการวิเคราะห์เชิงปริมาณ หลักสถิติ และแบบจำลองทางการเงิน มาเป็นกลยุทธ์ในการลงทุน ส่วนจุดเริ่มต้นด้านการลงทุน มาจากการที่เขานำเงินของขวัญแต่งงานราว 5,000 ดอลลาร์ มาลงทุนในตลาดสินค้าโภคภัณฑ์อย่างบริษัทกระเบื้อง

 

ถึงแม้จะต้องหยุดชะงักไปเนื่องจากภรรยาตั้งครรภ์ แต่ลึก ๆ แล้วนั้น ความหลงใหลในด้านการลงทุนภายในใจของเขาก็ยังคงอยู่ ในปี 1976 เมื่ออายุ 38 ปี ไซมอนส์ได้รับรางวัล Veblen Prize จากสมาคมคณิตศาสตร์อเมริกัน ซึ่งมอบให้ทุก ๆ ห้าปี ถือเป็นเกียรติสูงสุดของโลกเรขาคณิต จากผลงานของเขาในสาขาเรขาคณิตเชิงอนุพันธ์

 

ทำให้ในปี 1978 Jim Simons ได้เริ่มก่อตั้งบริษัทจัดการกองทุนเฮดจ์ฟันด์ของตัวเอง ในชื่อ Monemetrics มีกองทุนภายใต้การบริหารจัดการชื่อ Limroy Colombian

 

ในปี 1982 เขาเปลี่ยนชื่อบริษัทเป็น Renaissance Technologies พร้อมกับยุบกองทุน Limroy Colombian และก่อตั้ง Medallion Fund ขึ้นมาแทนในปี 1988 ซึ่งได้กลายเป็นกองทุนหลักของบริษัท โดยมีการจ้างนักคณิตศาสตร์ นักสถิติ และนักฟิสิกส์ จำนวนมากมาร่วมงาน เริ่มต้นมีพนักงานราว 140 คน

 

ภายใต้ Renaissance Technologies มีกองทุนอีกสามกองทุนคือ the Renaissance Institutional Diversified Global Equity Fund, the Renaissance Institutional Diversified Alpha และ the Renaissance Institutional Equities Fund แต่ Medallion คือกองทุนที่ประสบความสำเร็จมากที่สุด โดยนับตั้งแต่ก่อตั้ง ได้สร้างรายได้ให้กับนักลงทุนมากกว่า 1 แสนล้านดอลลาร์เลยทีเดียว

 

นอกจากประสบความสำเร็จในด้านอาชีพแล้ว สิ่งหนึ่งที่น่ายกย่องคือการเป็นผู้ให้ของ Jim Simons คือในปี 1994 เขาได้ร่วมก่อตั้งมูลนิธิ Simons ร่วมกับภรรยาของเขา Marilyn Simons โดยบริจาคทรัพย์สมบัติของเขา มากกว่า 2.7 พันล้านดอลลาร์ อุทิศให้กับการสนับสนุนการวิจัยด้านการศึกษา สุขภาพ และออทิสติก และในปี 2044 เขายังได้ก่อตั้ง Math for America โดยมีเป้าหมายเพื่อสนับสนุนงานวิจัยด้านคณิตศาสตร์และวิทยาศาสตร์

 

Jim Simons ถูกจัดให้อยู่ในลำดับที่ 2 ของผู้จัดการกองทุนเฮดจ์ฟันด์ที่ร่ำรวยที่สุด 20 อันดับของโลกประจำปี 2023 ของ Forbes เขาถึงแก่กรรมอย่างสงบในวัย 68 ปีเมื่อวันที่ 10 พฤษภาคม 2024

 

ลงทุนศาสตร์ – Investerest

ติดตามบทความดีดีกดที่นี่เลย FACEBOOK , และ WEBSITE

 

อ้างอิง
https://www.institutionalinvestor.com/article/2btfwtg2jyu7f6oj3i6f4/home/the-secret-world-of-jim-simons
https://financhill.com/blog/investing/can-i-invest-in-the-medallion-fund
https://quartr.com/insights/company-research/renaissance-technologies-and-the-medallion-fund
https://www.forbes.com/profile/jim-simons/?sh=5f9209553b6a
https://financhill.com/blog/investing/can-i-invest-in-the-medallion-fund
https://atticcapital.com/inside-renaissance-technologies-medallion-fund/

 

อัพเดทล่าสุดเมื่อ :

เกี่ยวกับผู้เขียน

ลงทุนศาสตร์

ผมเขียนบทความเกี่ยวกับการลงทุนตั้งแต่เบื้องต้น เหมาะสำหรับผู้ลงทุนหรือผู้ที่มีความสนใจที่จะลงทุนที่รักหรือมีทีท่าว่าจะรักในศาสตร์ของการลงทุนเหมือนกัน